พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.2560

 In กฏระเบียบ

พรก.ยุบรวม ศชต. – เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของประเทศไทยมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทําให้มีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้การดูแลรักษาความปลอดภัย การให้บริการ การให้ความช่วยเหลือ และอํานวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมควรยกฐานะกองบังคับการตํารวจท่องเที่ยว สังกัดกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง และจัดตั้งขึ้นเป็นกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว ในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ นอกจากนี้ โดยที่สถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการกระจายตัว ไปยังพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจากพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการตํารวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการตํารวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และตํารวจภูธรภาค ๙ อันจะทําให้การแก้ไขปัญหาการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าวมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น สมควรยุบรวมศูนย์ปฏิบัติการตํารวจจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ากับตํารวจภูธรภาค ๙ จึงจําเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้

[พรก.แบ่งส่วนราชการ ตร.pdf]

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ – พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ๒ – พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ๓ – ให้ยกเลิก (๑๑) ของ ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่า กองบัญชาการ ของมาตรา ๔ – แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๒/๑) ของ ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการ ที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ ของมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ “(๑๒/๑) กองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว”

มาตรา ๕ – ให้ยกเลิก (๑๙) ของ ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่า กองบัญชาการ ของมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒

มาตรา ๖ – ให้ยกเลิก (จ) ของ (๒๐) ของ ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่มีฐานะ เทียบเท่ากองบัญชาการ ของมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒

มาตรา ๗ – ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒๐/๑) ของ ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการ ที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ ของมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ “(๒๐/๑)

กองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(ก) กําหนดยุทธศาสตร์ วางแผน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คําแนะนํา และเสนอแนะการปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่ของกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยวและหน่วยงานในสังกัด

(ข) ถวายความปลอดภัยสําหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ

(ค) ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่น อันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาทั่วราชอาณาจักร ทั้งในกรณีที่ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวหรือเพื่อการอื่นตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองในกรณีที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และในกรณีความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่อง

(ง) ดําเนินการเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทั่วราชอาณาจักร การให้ความปลอดภัยแก่บุคคลสําคัญและประชาชน และการให้บริการช่วยเหลือประชาชน

(จ) ช่วยเหลือ อํานวยความสะดวก และให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

(ฉ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย”

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

Recent Posts
New Server