21 พ.ย.2560 ยุทธการแบล็คอีเกิ้ล ครั้งที่ 13

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 พ.ย.2560
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2
พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.ดุสิต วาลีประโคน รองผกก.1บก.ทท.1
พ.ต.ต.สมัชญ์ บำรุงชาติ สว.งานสืบสวนกก.1บก.ทท.1 พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยว กำลังหน่วยอรินทราช
และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกกวาดล้างคนผิวสี หลบหนีเข้าเมืองกว่า 40 จุดทั่วกรุง ตามยุทธการแบล็คอีเกิ้ล ครั้งที่ 13

ทั้งนี้จุดที่สำคัญคือการตรวจค้นอพาร์ทเมนท์สุวารี แมนชั่น ภายในซ.ลาดพร้าว 112 เบื้องต้นพบเด็ก สตรี และคนชรา
รวมถึงผู้พิการ ซึ่งเป็นคนผิวสี ชาวไนจีเรีย และโซมาเลีย ที่ถือบัตรผู้ลี้ภัยของ unhcr หลบพักอาศัยอยู่นับ 10 คน
แต่ตรวจสอบเอกสาร ไม่พบการขึ้นทะเบียนกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และไม่มีหนังสือเดินทางเข้าประเทศด้วย
อีกจุดได้นำกำลังไปตรวจค้นกุลทรัพย์อพาร์ทเม้นท์ ในซอยสุพรรณิการ์ 1 อินทมาระ44
เบื้องต้นพบคนผิวสีอาศัยอยู่ภายในห้องพักอีก 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสถานะหลบหนีเข้าเมืองและรอส่งตัวไปยังประเทศที่ 3

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการการกวาดล้างคนผิวสีตามยุทธการแบล็ค อีเกิ้ล ครั้งที่ 13 ของตำรวจท่องเที่ยว
ตำรวจ 191 และสตม. เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มคนผิวสี
ที่อาจจะเข้ามาก่ออาชญากรรม และสำรวจระบบข้อมูล เนื่องจากกลุ่มคนผิวสีแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ
เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมธนบัตร (Black Money) กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam)
กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่าย
กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำอาชญากรรมยาเสพติด และกลุ่มคนโอเวอร์สเตย์ หรืออยู่เกินกำหนด
ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ถือเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ประเทศด้านการท่องเที่ยว
ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ
บช.ทท.จึงบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายเปิดยุทธการแบล็คอีเกิ้ลดำเนินการมาร่วมสองเดือนแล้ว
กวาดล้างคนผิวสี ที่หลบหนีเข้าเมืองและอยู่เกินกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ได้จำนวนหนึ่ง
ยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์การหลบหนีเข้าเมืองของบุคคลต่างด้าวหรือคนที่อยู่อาศัยเกินใบอนุญาต
โดยพบว่าในจำนวนนี้ไม่น้อยที่มีหนังสือรับรองจาก UNHCR แต่ไม่มีพาสปอร์ต เข้าข่ายมีความผิด
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นแจ้งข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก่อนประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการผลักดันตามขันตอนต่อไป นอกจากนี้จะประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
เพื่อสรุปยอดสถานการณ์ของคนผิวสี ที่รอการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 ว่ามีเท่าไหร่ และมีการหลบหนีเข้าเมืองอีกเท่าไหร่
เพื่อที่จะหาแนวทางในการปฏิบัติการต่อไป

โดยในเวลา 15.30 น. วันนี้จะมีการแถลงสรุปผลการตรวจปฏิบัติการและเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

Recent Posts
New Server