ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 9

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 9 ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข่องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว
ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามา ในประเทศ
โดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับ ความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์
และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอม ธนบัตร (Black Money)
กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและ ปลอมบัตรเครดิต (Skimming)
กลุ่มคนหลอกลวงนําเพชรปลอมมาจําหน่าย กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็น กลุ่มกระทําผิดอาชญากรรมต่างๆและยาเสพติด
รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพัก อาศัยอยู่ในประเทศโดยการ อนุญาตสิ้นสุดลง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทําความผิด
ให้มีความซับซ่อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับ ของเจ้าหน้าที่รัฐ

สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว
โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจท่องเที่ยวปฏิบัติการออก ระดมกวาดล้าง
อาชญากรรม และบูรณาการกําลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ตํารวจจากกองบังคับการสายตรวจ
และปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษ สยบไพรี จากกองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด ,
สํานักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองบัญชาการ ตํารวจนครบาล ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จํานวน ๓๙ จุด
สามารถทําการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด๑๑รายมีรายละเอียด ดังนี้
1. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จํานวน ๕ ราย
(สัญชาติรัสเซีย 1 ราย, อูกันดา 1 ราย, โซมาเลีย 3 ราย)
๒. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต” จํานวน ๖ ราย
(สัญชาติอินเดีย 1 ราย, มาลี ๑ ราย, ไนจีเรีย 4 ราย,)
ที่มา : กองบังคับการตํารวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว

Recent Posts
New Server