เชิญตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแก๊งคนร้ายข้ามชาติมาทำการสอบสวน

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เชิญตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแก๊งคนร้ายข้ามชาติมาทำการสอบสวน

ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ดำเนินการปราบปราม
กลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้ามากระทำความผิดในราชอาณาจักร อันส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่
ความสงบสุขของประชาชน และเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดยแสดงตน เป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊ง Call Center ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผอ.ศูนย์ป้องกันปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อย ตชด.๔๓๗
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.สงขลา ,เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบก และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สะเดา
ร่วมปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคนร้ายข้ามชาติ เกี่ยวกับการหลอกลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภทการพนันออนไลน์
ระหว่างประเทศและความผิดอื่น ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ทำการตรวจค้นอพาร์ทเม้นท์ และบ้านเช่า จำนวน ๑๒ จุด
จับกุมผู้สงสัยชาวต่างชาติ(จีน)ได้ ๒๓ ราย ยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า ๑ ล้านบาท

พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.๔๓๗ รับแจ้งจากสายลับในพื้นที่ ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิง
น่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ หรืออาจจะมาหลบซ่อนตัวเพื่อแอบแฝงก่อเหตุภายในราชอาณาจักร หรือใช้ประเทศไทย
เป็นที่พำนักในการก่อเหตุต่อประเทศอื่น จำนวนประมาณ ๓๐ – ๔๐ คน ได้มาเช่าบ้านพักในซอยสองชัย ม.๒ ต.สำนักขาม อ.สะเดา
จว.สงขลา ซึ่งเช่าติดกันเป็นจำนวน ๙-๑๐ หลัง และยังเช่าตึก ๔ ชั้นอีกทั้งตึก จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
แล้วทำการตรวจสอบที่บริเวณดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติประมาณ ๓๐-๔๐ คน พักอาศัยตรงตามที่ได้รับแจ้งมาจริง
และมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าออกบ้านพักที่เช่าติดกัน โดยใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ร่วมกัน จำนวน ๔-๕ คัน
ภายในห้องพักแต่ละจุดมีการใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก มีท่าทางพิรุธ จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าว
มีการร่วมกระทำความผิด ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีฝ่ายปฏิบัติการด้านอิเล็กทรอนิกส์ ฝ่ายการเงิน และมีมาตรการป้องกัน
การตรวจพบของเจ้าหน้าที่ โดยจะใช้รีโมทสั่งการจากภายนอกให้เปลี่ยนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และลบข้อมูลในคอมพิวเตอร์
จึงได้ประชุมวางแผนเข้าทำการตรวจค้นพร้อมกัน ทั้ง ๑๒ จุด

ผลการตรวจค้น พบผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติ จำนวน ๒๓ คน และของกลางหลายรายการตามบัญชีแนบท้าย ดังนี้
๑.MR.CHE PEI อายุ ๒ ปี สัญชาติจีน
๒.MR.CUI KAI อายุ ๓๐ ปี สัญชาติจีน
๓.MR.ZHANG KAI อายุ ๒๗ ปี สัญชาติจีน
๔.MR.LIN XING อายุ ๒๐ ปี สัญชาติจีน
๕.MR.CUI XIAN LIN อายุ ๒๐ ปี สัญชาติจีน
๖.MR.CUI SHI HONG อายุ ๓๖ ปี สัญชาติจีน
๗.MR.CUI XIAN KUI อายุ ๓๕ ปี สัญชาติจีน
๘.MR.CUI MIN อายุ ๒๙ ปี สัญชาติจีน
๙.MR.CUI WEI FEI อายุ ๓๖ ปี สัญชาติจีน
๑๐.MR.CHEN LI MING อายุ ๓๐ ปี สัญชาติจีน
๑๑.MR.PANG JIAN DONG อายุ ๒๙ ปี สัญชาติจีน
๑๒.MR.YANG QIU WU อายุ ๒๘ ปี สัญชาติจีน
๑๓.MR.LI HAN อายุ ๓๐ ปี สัญชาติจีน
๑๔.MR.YANG YI ZHAO อายุ ๑๕ ปี สัญชาติจีน
๑๕.MR.LING LI QING อายุ ๒๕ ปี สัญชาติจีน
๑๖.MR.LIU XIAO LONG อายุ ๒๗ ปี สัญชาติจีน
๑๗.MR.ZHAO GUANG HUI อายุ ๒๙ ปี สัญชาติจีน
๑๘.MR.YANG HAI QING อายุ ๓๖ ปี สัญชาติจีน
๑๙.MS.GAN YE อายุ ๒๔ ปี สัญชาติจีน
๒๐.MS.HE YU อายุ ๒๕ ปี สัญชาติจีน
๒๑.MS.HUANG BI JING อายุ ๒๑ ปี สัญชาติจีน
๒๒.MS.YAN DONG LING อายุ ๒๗ ปี สัญชาติจีน
๒๓.MR.WU LONG อายุ ๒๙ ปี สัญชาติจีน

ของกลาง
– คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน ๑๙ เครื่อง
– คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน ๒๓ เครื่อง
– โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๔๗ เครื่อง
– ตู้เซฟ ๔ ตู้ , เครื่องนับธนบัตร จ านวน ๑ เครื่อง
– ธนบัตรไทย จำนวน ๕๐,๕๔๐ บาท /ธนบัตรมาเลเซีย ๓๔๔ ริงกิต /ธนบัตรจีน ๑,๕๗๓ หยวน/ธนบัตรฟิลิปปินส์ ๑๑,๕๒๐ เปโซ/
ธนบัตรฮ่องกง ๙๑๔ ดอลล่าร์/ธนบัตรกัมพูชา ๓๔,๐๐๐ เรียว รวมมูลค่าประมาณ ๗๓,๑๔๐ บาท
-อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์เกี่ยวกับเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน จำนวนหลายรายการ
-บุหรี่ต่างประเทศไม่ติดอากรแสตมป์ไทย จำนวน ๔๗๐ ซอง

เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่ ๙๒/๗ ,๙๒/๘ , ๙๒/๒๘ , ๙๒/๒๙ ,๙๒/๓๑ ,๙๒/๓๒ , ๙๒/๓๓ ,๙๒/๓๔ ,๙๒/๓๕ ๙๒/๓๖
และ๙๒/๓๗ และอพาร์ทเม้นต์ ๔ ชั้น รวมทั้งหมด ๑๒ หลัง ภายในซอยสองชัย ม.๒ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จว.สงขลา
เมื่อวันที่ ๑๓ ธ.ค. ๖๐ เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น.

จากการสืบสวนและพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ น่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อก่อเหตุเกี่ยวกับการหลอกลวง
ทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภทการพนันออนไลน์ระหว่างประเทศและความผิดอื่น ซึ่งอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีระบบป้องกันการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายถึงที่ผู้บงการและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
จึงเชิญตัวทั้งหมดมาที่อาคารควบคุมผู้ต้องกักและแจ้งว่าต้องถูกควบคุมเพื่อสอบถามข้อมูลตัวตามความใน มาตรา ๔๔
รธน.แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๗ และ คำสั่ง หน.คสช.ที่ ๑๓/๒๕๕๙ ลง ๒๙ มี.ค.๕๙
เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Recent Posts
New Server