ยุทธการ ทลายเครือข่าย แก๊ง Call Center ข้ามชาติ ครั้งที่ 5

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ ทลายเครือข่าย แก๊ง Call Center ข้ามชาติ ครั้งที่ 5
“มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน”
(คืนเงินผู้เสียหาย)

ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิด
และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนโดยแสดงตน
เป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊ง Call Center มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไปและมีผู้หลงเชื่อจนเป็นเหตุ
ให้เกิดความสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและ
ปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊ง Call Center ข้ามชาติ โดยจากปฏิบัติการ 4 ครั้งที่ผ่านมา
สามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้ 146 หมายจับ สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 98 ราย
อยู่ระหว่าง สืบสวนติดตามจับกุม 48 ราย ยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 120 ล้านบาทนั้น

เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการถูกหลอกลวงของประชาชนโดยเร่งด่วนและทันต่อสถานการณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์
และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.
เป็น ผอ.ศูนย์ฯ และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ควบคุมกำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ
กำหนดให้ใช้สายด่วน 1155 ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นสายด่วนรับแจ้งเหตุจากประชาชน
และ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานคณะกรรมการประธานคณะกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน,
พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน” และกำหนดให้ใช้สายด่วน 1710 เป็นสายด่วนรับแจ้งเหตุ
จากประชาชนเช่นกัน โดยได้รับความ ร่วมมือจากสื่อมวลชนต่างๆในการประชาสัมพันธ์มาตรการในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา
และช่องทางการติดต่อสื่อสารทาง สายด่วน 1155 และ 1710 ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ ทำให้ประชาชนผู้เสียหาย
จากการถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center หลายรายที่ไหวตัวทันและโทรศัพท์ติดต่อขอความช่วยเหลือมาที่ สายด่วน 1155
ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ สายด่วน 1710 ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถประสานงานกับธนาคารเจ้าของ บัญชีอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง
และโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้าย แล้วระงับไม่ให้มีการถอนเงินออกไปได้จำนวน หลายราย

ได้แก่
1.ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน 2,938,000 บาท
และได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมาที่สายด่วน 1155 และ 1710 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือโดยอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ 1,250,329 บาท

2.ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน 587,000 บาท
และได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมาที่สายด่วน 1155 และ 1710 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ จ.นครราชสีมา แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือโดยอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ 202,300 บาท

3.ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน 44,000 บาท
และได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมาที่สายด่วน 1155 และ 1710 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.นาหม่อม จ.สงขลา แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือโดยอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด คือ 44,000 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้องแล้ว
จะได้คืน เงินที่ถูกหลอกลวงไปให้กับผู้เสียหาย ทั้ง 3 ราย และเข้าสืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Recent Posts
New Server