ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับกรมศุลกากรจับกุมผู้ต้องหาไต้หวันลักลอบนำเข้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์

 In Uncategorized @th

ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับกรมศุลกากรจับกุมผู้ต้องหาไต้หวันลักลอบนำเข้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์
​ วันที่ 18 ธันวาคม 2560 เวลา 15.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร
และ นายสรศักดิ์ มีนะโตรี รองอธิบดีกรมศุลกากร นายบุญเทียม โชควิวัฒน ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร
ตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท.,
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.ทท. ,พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ,พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1,
พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ,นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย ผกก.3 บก.ทท.1 ,
พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.คธม.บช.ทท.
นำโดย พ.ต.ท.สุรชัช สุวรรณศรี รอง ผกก.3 บก.ทท.1,พ.ต.ท.ชย พานะกิจ รอง ผกก.3 บก.ทท.1 ,
พ.ต.ต.อภิรุ่ง เพียรมงคล สว.ฯกก.3 บก.ทท.1 และชุดสืบสวน กก.3 บก.ทท.1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร
นำโดย นายธนิต วัฒน์ธนนันท์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร นายบุญมี บูรณะภักดี ผู้อำนวยการส่วนบริการผู้โดยสาร
น.ส.กัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม
และ น.ส.ทิพย์เทวี กุศลกรรมบถ หัวหน้าฝ่ายบริการผู้โดยสารที่ 3

จับกุมตัว ​นาย หวัง จิง ติง (MR. WANG JING – TING) อายุ 20 ปี สัญชาติ ไต้หวัน ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
เลขที่ 31537xxxx ในความผิดฐาน “นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามมาตรา 242
ประกอบมาตรา 166 และ 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และ มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น
โดยมิชอบ ตามมาตรา 259/5 ในประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
ตามมาตรา 269/6 ประมวลกฎหมายอาญา”

ทั้งนี้ วันนี้ นาย หวัง จิง ติง ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยเป็นผู้โดยสารของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG637
เดินทางจาก ไทเปมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 10.30 น. โดยตรวจค้นที่ภายในช่องตรวจ
ไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ทางออก B อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เนื่องจากสงสัยว่าจะมีสิ่งของ ที่ยังมิได้ชำระค่าภาษีอากร ของต้องห้าม ต้องกำกัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากร
โดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร เก็บหรือซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แสดงบัตรประจำตัวพนักงานศุลกากร
พร้อมแจ้งเหตุแห่งความสงสัยให้ทราบ และได้แสดงความบริสุทธ์ให้ นาย หวัง จิง ติง ดูเป็นที่พอใจแล้ว จึงเริ่มทำการตรวจค้น
​ผลการตรวจค้นพบสินค้า มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ ประเภทอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ สำหรับทำธุรกรรมทางการเงิน
พร้อมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคคลอื่นและเอกสาร รวมจำนวน 11 รายการ (รายระเอียดตามบัญชีของกลางแนบท้าย
เบื้องต้นประกอบด้วย เครื่องรับรหัสการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือ TOKEN และบัตร UNION PAY 58 ชุด
และซิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวน 11 อัน) โดยตรวจพบสินค้าทั้งหมด อยู่ในลักษณะถูกจัดแบกเป็นชุด บรรจุอยู่ในซองเอกสาร
จำนวน 11 ซอง เก็บอยู่ในกระเป๋าเดินทางชนิดลาก ทรงแข็งสีฟ้า จำนวน 1 ใบ ของ นาย หวัง จิง ติง
เจ้าหน้าที่ฯ ได้สอบถามเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสิ่งของดังกล่าว นาย หวัง จิง ติง ให้การเบื้องต้นว่า ตนเดินทางมาจากนครไทเป
สาธารณรัฐจีน และนำสิ่งของดังกล่าวมาพร้อมกันตนด้วย เนื่องจากมีคนรู้จักว่าจ้างให้ตนเป็นคนนำของดังกล่าวมาส่งให้
ผู้รับในประเทศไทย ซึ่งจะมารับของจากตน ที่สนามบิน เมื่อตนเดินทางมาถึง โดยที่ตนไม่ทราบว่าของดังกล่าว จะนำไปใช้อย่างไร
และตนก็จะเดินทางกลับไปยังนครไทเป สาธารณรัฐจีน ในเย็นนี้ (18 ธ.ค. 60) เมื่อตนเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จึงถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจับกุม โดยในเบื้องต้น จากการสืบสวนและตรวจสอบของกลางทั้งหมด
เชื่อว่า นาย หวัง จิง ติง มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งค์ Call Center ในประเทศไต้หวัน ที่มาใช้ประเทศไทยเป็นฐาน
ในการกระทำความผิด ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมกระบวนการ ทั้งนี้ได้ประสานการปฏิบัติกับศูนย์ป้องกัน
และปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อร่วมสืบสวนสอบสวนแล้ว
ที่มา : กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

Recent Posts
New Server