ยุทธการ ทลายเครือข่าย แก๊ง Call Center ข้ามชาติ

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ ทลายเครือข่าย แก๊ง Call Center ข้ามชาติ
“จับกุมเครือข่ายต่างชาติกดเงินแก๊งคอลเซนเตอร์”

ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำ ความผิด
และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊ง Call Center มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไปและมีผู้หลงเชื่อ
จนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง
“ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ
ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินร่วมปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายแก๊ง Call Center ข้ามชาติ
โดยจากปฏิบัติการ 5 ครั้งที่ผ่านมา สามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วม ขบวนการได้ 146 หมายจับ
สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 98 ราย อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุม 48 ราย ยึดและ อายัดทรัพย์สิน
รวมมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท นอกจากนี้จากการปฏิบัติงานของสายด่วน 1710 ของสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน
และสายด่วน 1155 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของ แก๊ง Call Center
สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงและโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายแล้วระงับไม่ให้สามารถ การถอนเงินออกไป
และได้นำเงินคืนให้กับผู้เสียหายแล้ว จำนวน 3 ราย รวมมูลค่า 1,496,629 บาท

ด้วยเมื่อวันที่ 19 ธค 60 เวลาประมาณ 18.00 น.
น.ส.สรัลธร ศรีสงคราม มาแจ้งความ สน.ราษฎร์บูรณะว่าได้ถูกแก๊งค์คอลเซนเตอร์หลอกลวง ให้โอนเงินจำนวน 200,000 บาท
เข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บช 4086368284 และบช 1622854857 บช.ละ 100,000 บาท จากการสืบสวนทราบว่า
กลุ่มคนร้ายได้ไปกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย สาขาซอยอุดมสุข 2 และพบว่ากลุ่มคนร้ายที่กดเงินเป็นชาวจีนไต้หวัน
จำนวนหลายคนพักอาศัยอยู่ที่ห้องที่ให้ข้างต้น วันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 03.00 น. จึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่
ดักซุ่มไว้ จนพบเป้าหมายเดินลงมากดเงิน เวลา 08.11 น.

ทราบชือผู้ต้องหาต่อมาคือชิ่อนายหลิง ลุ่ย หยาง อายุ 24ปี สัญชาติไต้หวัน ( เลขพาสปอร์ต 31456xxxx )

และนางสาวลี สไลมอม อายุ 25ปี สัญชาติกัมพูชา ( ไม่มีหนังสือเดินทาง )

จึงสืบสวนติดตามมาคอนโด พบห้องพัก ห้อง49/276 ชั้น11 และประสาน สน.บางนา ขอหมายค้นดังกล่าว

ผลการตรวจค้นพบของกลางภายในห้องพัก ดังนี้

1. สมุดบัญชีธนาคาร 66 เล่ม

2. บัตรกดเงินส(ใช้แล้ว) 44 ใบ

3. บัตรกดเงินสด(ยังไม่ได้ใช้) 64 ใบ

4. เสื้อของกลาง 4 ตัว

5. กางเกงของกลาง 3 ตัว

6. กระเป๋า 1 ใบ

7. แว่นตาหนึ่งอัน

8. หมวกหนึ่งใบ

9. โทรศัพท์เครื่อง 7 เครื่อง

10. ยาไอซ์ประมาณ 500 มิลลิกรัม

11. อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ 1 ชุด

12. หนังสือเดินทางผู้ต้องหา 1 ฉบับ

13. เงินสด 4,129 บาท

จึงได้แจ้งข้อหาเบื้องต้นให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบว่า ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเลคโทรนิคของผู้อิ่นโดยมิชอบ,
มีไว้เพื่อนำออกใช้ในประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู่อื่นหรือประชาชน และร่วมกันมียาเสพติดประเภท1(ยาไอซ์)
ไว้ในความครอบและเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย และ

(ผู้ต้องหาที่ 1) เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

(ผู้ต้องหาที่ 2) เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

ชุด ศป.ฉปทน.ตร.จะได้นำข้อมูลบัตรอิเลคโทรนิคและสมุดบัญชีทั้งหมดที่ตรวจพบไปตรวจสอบกับผู้เสียหายในคดีอื่นๆ ต่อไป
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สายด่วน 1155 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2251 9793 หมายเลขโทรสาร 0 2252 7881
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 เลขที่ 422 ถนน พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สายด่วน 1710
“ในกรณีที่รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ขอให้แจ้งสายด่วน 1155 และ 1710 โดยเร็วที่สุด”

Recent Posts