ตำรวจท่องเที่ยว ปราบปรามบุคคลสัญชาติจีน สวมบัตรประชาชนเป็นคนไทย

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรภาค 1 และกรมการปกครอง
ปราบปรามบุคคลสัญชาติจีน สวมบัตรประชาชนเป็นคนไทย
​ตามนโยบายของรัฐบาลให้หน่วยงานราชการร่วมบูรณาการกำลังในการปราบปรามกลุ่มบริษัทนำเที่ยวผิดกฎหมาย
หรือกลุ่มบริษัทนำเที่ยวที่ประกอบการในลักษณะนอมินี สถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมีพฤติการณ์
ในการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวรวมถึงการที่มีบุคคลต่าวด้าวสวมบัตรประชาชนเป็นคนไทยเข้ามาประกอบธุรกิจ
ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเสียหาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ
และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล
อย่างเคร่งครัดและให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมนั้น

 

วันที่ 28 ธันวาคม 2560 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.,พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท.,
พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.ทท. ,
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบช.ภ.๖,พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1
บช.ทท.,พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, นายชาติชาย อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ,
นายวรณัฏฐ์ หนูรอต นายอำเภอพระประแดง สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ ๓ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ๑ ,
กองกำกับการควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ,กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัด
สมุทรปราการ ,สถานีตำรวจภูธรพระประแดง , ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ , กรมการท่องเที่ยว และ กรมการปกครอง
เข้าตรวจค้นจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติ จีน จำนวน 20 ราย ดังนี้
1.นายฮัวตง ฮู ​​​​
2.นายซูเหลียง ซิ
3.นายเควียงเหลียง อู๋ หรือ เจริญ อู๋ ​ ​
4.นายคูนผิง จง หรือ พงษ์ วงศ์จิตตภัทร
5.นายเหว่ยคิน ฮู หรือ ธนกร ฮู ​​
6.นายจื่อเทา เสี่ยว
7.นายเซ้าเสียง หลิน​​​
8.น.ส.หงลี้ ซาง
9.น.ส.กุ้ยยี่ สี ​​​​
10.นายทรงคุณ ซาง
11.น.ส.ซินเหม่ย หวง หรือ สิทธดา โลจน์ธัญธัต
12.นายหลงฉวน อู่ หรือ รัชชานนท์ โลจน์ธัญธัต
13.น.ส.เซียวจุน หม่า ​​​
14.นายลิรอง หลิน
15.นายยวี๋บิน หลิน ​​​
16.นายจุนเจี่ย ฮู
17.นายซีตวน หลิน หรือ อัครัช ลิ้มโภคิน ​
18.น.ส.เสี่ยวฝาน อู๋
19.นายจินนวน วู​​​​ 20.นายเหว่ยจาง ฮุง
ข้อหา “ยื่นคำขอมีบัตรโดยไม่มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ,
แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย , แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความ
อันเป็นเท็จในเอกสารราชการ , ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อ
หรือมีรายการอย่างใดอย่างหนึ่งในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ”
พฤติการณ์ กล่าวคือ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจภูธรภาค 1 โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ
ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมเข้าสืบสวนกรณีมีบุคคลสัญชาติจีนเข้ามาสวมบัตรประชาชนเป็นคนไทย
เมื่อได้บัตรประชาชนแล้วได้นำมายื่นขออนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ โดยกรมการปกครองได้ตรวจสอบจากสารบบ
พบว่ามีสถิติการแปลงสัญชาติจากบุคคลสัญชาติจีนมาเป็นสัญชาติไทย ณ เทศบาลตำบล ลัดหลวง อำเภอพระประแดง
จังหวัดสมุทรปราการ มีจำนวนสูงผิดปกติ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่กรมการปกครองได้เข้าตรวจสอบ
สำนักทะเบียน เทศบาลตำบลลัดหลวง พบพยานเอกสารและพยานหลักฐานยืนยันว่ามีกระบวนการเพิ่มชื่อบุคคลสัญชาติจีน
เข้าไปในทะเบียนบ้านและมีการออกบัตรประจำตัวประชาชนโดยมิชอบ โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้กระทำความผิด
ต่อตำแหน่งหน้าที่ และในวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ได้เข้าร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพระประแดง
ให้ดำเนินคดีกับ นางสาวพิลัยพร ภู่ทอง ลูกจ้างประจำ เทศบาลตำบลลัดหลวง พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน
ขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอนุมัติหมายจับที่ 33/2560 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2560
กล่าวหาว่า “เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจ
หรือจูงใจเจ้าพนักงานฯ โดยวิธีการอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต,ปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ,
ใช้ หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิด,โดยทุตจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์
ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ประชาชนฯ และความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ และ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน
จับกุม นางสาวพิลัยพร ภู่ทอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวนสอบสวนขยายผล พบว่านางสาวพิลัยพร ภู่ทอง ผู้ต้องหา ได้ปลอมแปลงเอกสารราชการ และจัดทำเอกสาร
อันเป็นเท็จ ให้กับบุคคลสัญชาติจีน ทำให้มีชื่อในทะเบียนราษฎร์และได้มาซึ่งบัตรประจำตัวประชาชนโดนมิชอบไปแล้ว
รวมจำนวน 29 ราย ในจำนวนนี้ ได้นำบัตรประจำตัวประชาชนที่ได้มาโดยมิชอบ ไปใช้ในการยื่นขออนุญาตเป็นมัคคุเทศก์
จำนวน 11 ราย และอีก ๒ ราย ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยให้ภรรยาเป็นกรรมการบริษัท ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวม
พยานหลักฐานขอหมายจับต่อศาล ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว ทั้ง 29 รายได้ ข้อหา “ยื่นคำขอมีบัตรโดยไม่มีสัญชาติไทย
ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ , แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน
ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย , แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ ,
ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ”

Recent Posts