ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 11

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 11 ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว
ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว
เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับ ความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยว
ของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอม ธนบัตร (Black Money) กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam)
กลุ่มเครือข่ายผลิตและ ปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มคนหลอกลวงนาเพชรปลอมมาจำหน่าย
กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็น กลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่างๆและยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศ
โดยการ อนุญาตสิ้นสุดลง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับ
ของเจ้าหน้าที่รัฐ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม
และบูรณาการกาลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 28 จุด
สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย มีรายละเอียด ดังนี้
1. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 3 ราย (สัญชาติไนจีเรีย 3 ราย)
2. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต” จำนวน 1 ราย (สัญชาติไนจีเรีย 1 ราย)
3. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต้องห้าม ตาม พรบ.คนเข้าเมือง มาตรา 12(1) และ เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร
โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 81” จำนวน 4 ราย (สัญชาติมาลี 4 ราย)

ที่มา : กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

Recent Posts
New Server