เดินหน้าต่อเนื่อง ทลายเครือข่ายแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ หลอกลวง 5 ล้าน พื้นที่ สภ.บางแก้ว

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เดินหน้าต่อเนื่อง ทลายเครือข่ายแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ หลอกลวง 5 ล้าน พื้นที่ สภ.บางแก้ว
ตามนโยบายของรัฐบาลให้สานักงานตารวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิด
และส่งผล กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ เครือข่าย แก๊ง Call Center มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไปและมีผู้หลงเชื่อ
จนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากและ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคาสั่งให้จัดตั้ง
“ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์สานักงานตารวจแห่งชาติ”
โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ

ต่อมาวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๙.๓๐ น. ผู้เสียหาย ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.บางแก้ว
และ “ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการ ฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สานักงานตารวจแห่งชาติ”
ว่าเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ของวันเดียวกัน ได้มี ชายโทรศัพท์มาหาผู้แจ้ง โดยอ้างว่าเป็นตำรวจ ยศพันตารวจตรี
ไม่ได้บอกสังกัด ว่าผู้แจ้งมีชื่ออยู่ในบัญชีฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติด เขาได้ ตรวจสอบแล้วว่ามีเงินในบัญชีหลายล้าน
เงินพวกนี้จะถูกยึดหมด ชายคนดังกล่าวอ้างตัวจะช่วยเหลือผู้แจ้ง โดยให้โอนเงินเข้ามาตรวจสอบที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อตรวจสอบเสร็จจะคืนให้ ผู้แจ้งหลงเชื่อได้ไปโอนเงินเข้ากลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์จานวน ๑๐ บัญชีที่ห้างเมกา บางนา
ที่ ธนาคาร กรุงเทพ จำนวน ๘ ครั้ง ครั้งละ ๕ แสนบาท และที่ ธนาคาร กรุงไทย จำนวน ๒ ครั้ง ครั้งละ ๕ แสนบาท เช่นเดียวกัน
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕ ล้านบาท ทั้ง ๑๐ ครั้ง ซึ่งเป็นไปตามแผนประทุษกรรมของขบวนการเครือข่ายแก็งค์ คอลเซ็นเตอร์
โดยหลังจากเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว กลุ่มคนไทย ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาทั้งหมดได้กระจายตัวเป็นกดเงินจาก ตู้เอทีเอ็ม
ทั้งจาก พื้นที่บางแก้ว และย่านรัชดา ซึ่งต่อมาพนักงาน สอบสวน สภ.บางแก้ว ได้รวบรวมพยานหลักฐาน
เพื่อดำเนินการขออนุมัติหมายจับเจ้าของบัญชีต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลได้อนุมัติ หมายจับ จำนวน ๙ หมาย
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. ,
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท , พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ,
พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก. ๑ บช.ทท. , พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.สปพ. ,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ,พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.๑ บช.ทท.,
พ.ต.อ.สาราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. , พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.๒ ,
พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.จักรเพชรเพชรพลอยนิลผกก.สายตรวจ,
พ.ต.อ.พิสุทธิ์จันทรสุวรรณผกก.สภ.บางแก้ว มอบหมายให้พนักงานสืบสวนสอบสวน
“ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำนักงานตารวจแห่งชาติ”
ประสานกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการคณะทำงานคดีคอลเซ็นเตอร์ ร่วมกันติดตาม ผู้ต้องหาตามหมายจับ
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ดังกล่าว ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
ได้จานวน ๗ ราย และแจ้งข้อกล่าวหา เยาวชน จำนวน ๓ ราย ส่วนผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมอีก ๒ ราย
ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการสืบสวนจับกุมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตาม กฎหมายและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายแก็งคอลเซ็นเตอร์ ต่อไป

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.สปพ.
พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ.
พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.
พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางพลี
พ.ต.อ.เลิศชาย จำปาทอง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง
ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว, สภ.บางพลี, กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ,
บก.สปพ., สน.ห้วยขวาง ได้ร่วมกันจับกุม
1.น.ส.บุญตา เสาแก้ว อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 3/61 ลง 2 ม.ค. 61
2. น.ส.ต้องรัก เกษรโต อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 4/61 ลง 2 ม.ค. 61
3. น.ส.จุฑามาศ เสมอเนตร อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 5/61 ลง 2 ม.ค. 61
4.นายไอซ์ โตแย้ม อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาที่ 5 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 6/61 ลง 2 ม.ค. 61
5.นายประยงค์ คงสมบูรณ์ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาที่ 7 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 8/61 ลง 2 ม.ค. 61
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”
พฤติการณ์ในการกระทำความผิด

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 60 เวลา 19.30 น. นางมะลิ อ่ำอำไฟ อายุ 62 ปี ได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 60 เวลา 09.00 น. ได้มีชายโทรศัพท์อ้างตนเป็นเจ้าหน้าพนักงานตำรวจ ประจำภาค 6 แจ้งว่า
ผู้เสียหายมีรายชื่ออยู่ในบัญชีฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และตรวจสอบพบว่า มีเงินอยู่ในบัญชีหลายล้านบาท
ซึ่งต้องถูกยึด ชายคนดังกล่าวได้อ้างตัวจะช่วยเหลือโดยให้ผู้เสียหายโอนเงินมาทำการตรวจสอบที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วจะโอนเงินคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเดินทางมาที่ห้างเมกา บางนาแล้วโอนเงินที่ธนาคารกรุงเทพ
สาขาเมกาบางนา และที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเมกา บางนา รวม 10 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 5 ล้านบาท
เป็นบัญชีธนาคารกรุงเทพ 8 บัญชี
1.เลขบัญชี 2894392543 ชื่อนายสามิต สืบสอน ผู้ต้องหาที่ 1
2.เลขบัญชี 0197075039 ชื่อน.ส.บุญตา เสาแก้ว ผู้ต้องหาที่ 2
3.เลขบัญชี 1384570790 ชื่อน.ส.ต้องรัก เกษรโต ผู้ต้องหาที่3
4.เลขบัญชี 1384571012 ชื่อน.ส.จุฑามาศ เสมอเนตร ผู้ต้องหาที่ 4
5.เลขบัญชี 1764893457 ชื่อนายไอซ์ โตแย้ม ผู้ต้องหาที่5
6.เลขบัญชี 2150902555 ชื่อน.ส.ฐิติมา สงวนทรัพย์ ผู้ต้องหาที่ 6
7.เลขบัญชี 0197075021 ชื่อนายประยงค์ คงสมบูรณ์ ผู้ต้องหาที่ 7
8.เลขบัญชี 8777354807 ชื่อน.ส.รุ่งทิวา จินดารักษ์ ผู้ต้องหาที่ 8
และบัญชีธนาคารกรุงไทย 2 บัญชี
1.เลขบัญชี 9866222101 ชื่อนายอัษฎาวุธ วงศ์ แก้ว ผู้ต้องหาที่ 9
2.เลขบัญชี 9866222500 ชื่อนายอดิศร ก๋าไชย ผู้ต้องหาที่ 10
เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้ต้องหากับพวกจึงได้ถอนเงินแล้วพากันหลบหนีไป
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขอศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1-7 ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ
ที่ 2-8/61 ลงวันที่ 2 ม.ค. 60 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”
ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 และ ที่ 6 อยู่ในระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวบอกว่า แก๊งนี้เป็นคนละกลุ่มกับแก๊งนายฉีเกอ
เพิ่งถูกจับไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว แต่มีพฤติกรรมคล้ายกัน คือหลอกลวงเหยื่อในพื้นที่ สภ บางแก้ว
โดยตระเวณกดเงินในกรุงเทพ ซึ่งบัญชีที่คนร้ายใช้ส่วนใหญ่เป็นบัญชีที่คนไทยรับจ้างเปิดในราคาบัญชีละ 5000 บาท
โดยผู้ต้องหาที่รวบตัวได้ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านทั่วไป ยอมรับสารภาพว่า รับจ้างเปิดจริง ซึ่งมีโทษจำคุกคนละ 5 ปี

 

Recent Posts