ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 12

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 12
ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว

​ ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ
โดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคง
ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมธนบัตร (Black Money)
กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming)
กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่าย กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่างๆและยาเสพติด
รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิด
ให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ

​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม
และบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจ
และปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษ สยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด,
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน ๓๖ จุด
สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด 3 ราย มีรายละเอียด ดังนี้
​๑. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
​ จำนวน 2 ราย (สัญชาติแทนซาเนีย 1 ราย, แคมเมอรูน 1 ราย)
​๒. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต”
​ จำนวน 1 ราย (สัญชาติแคมเมอรูน 1 ราย) (อนุญาตสิ้นสุด 3 ปี)

​รวมผลการปฏิบัติ BLACK EAGLE
​เข้าค้นทั้งสิ้น 344 จุด สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 128 ราย

Recent Posts