ยุทธการ ทลายเครือข่าย แก๊ง Call Center ข้ามชาติ ครั้งที่ ๘

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ ทลายเครือข่าย แก๊ง Call Center ข้ามชาติ ครั้งที่ ๘
“มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน”
ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำ ความผิด
และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊ง Call Center มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไปและมีผู้หลงเชื่อ
จนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก

และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง“ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ได้ประสานความร่วมมือ
กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายแก๊ง Call Center ข้ามชาติ
จากการปฏิบัติงานของสายด่วน ๑๗๑๐ ของสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน
และสายด่วน ๑๑๕๕ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับทางธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารกรุงไทย
ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของ แก๊ง Call Center สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงและโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายแล้วระงับไม่ให้สามารถถอนเงินออกไป และได้นำเงินคืนให้กับผู้เสียหาย จำนวน ๑๑ ราย
รวมเป็นเงินจำนวน ๑,๖๔๑,๒๖๕.๔๗ บาท

ได้แก่
๑.ผู้เสียหายในคดีของ สน.บางเขน เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย
รวมเป็นเงินจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายและยึดเงินของกลางรายนี้ไว้ได้
จำนวน ๑๕๔,๐๐๐ บาท
๒.ผู้เสียหายในคดีของ สน.ประเวศ เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย
รวมเป็นเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาทในคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด ไม่เสียหาย

๓.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เมืองลพบุรี เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของ
คนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๒๗๐,๐๐๐ บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้จำนวน ๑๔๙,๙๖๕ บาท

๔.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.บางแก้ว จว.สมุทรปราการ เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยัง
บัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้
จำนวน ๓๙๓,๑๗๑.๗๐ บาท

๕.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เสม็ด จว.ชลบุรี เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชี
ของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๔๙๑,๐๐๐ บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้จำนวน ๓๔๐,๕๙๐ บาท

๖.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เมืองตราด เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชี
ของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๑,๐๓๘,๐๐๐ บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้
จำนวน ๒๓๗,๕๒๘.๗๗ บาท

๗.ผู้เสียหายในคดีของ สน.หนองแขม เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชี
ของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๒๐,๕๐๐ บาท ในคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด

๘.ผู้เสียหายในคดีของ สน.วังทองหลาง เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชี
ของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๕๙,๑๐๐ บาท ในคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ทั้งหมด

๙.ผู้เสียหายในคดีของ สน.โชคชัย เป็นผู้เสียหายทีถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย
รวมเป็นเงินจำนวน ๘๐,๓๐๐ บาท ในคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ทั้งหมด
๑๐.ผู้เสียหายในคดีของ สน.ลาดพร้าว เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชี
ของคนร้ายรวมเป็นเงิน ๒๖,๗๕๐ บาท ในคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ทั้งหมด

๑๑.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.บางละมุง จว.ชลบุรี เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชี
ของคนร้ายรวมเป็นเงิน ๑๙๘,๒๔๐ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้จำนวน ๑๒๙,๓๖๐ บาท

สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก็ง Call Center หลอกลวงไปยังบัญชีคนร้าย สามารถอายัดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน ๒๑ ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๕๑๘,๘๙๔.๔๗ บาท

“มาตรการสกัดกั้นเบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายใช้หลอกลวงผู้เสียหาย”
จากข้อมูลศูนย์ป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊ง Call Center
ตั้งแต่เปิดศูนย์ถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๑) แล้วจำนวน ๑๖๗ ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนติดตาม
จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา ได้จำนวน ๒๗๕ ราย จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน ๑๖๒ ราย อยู่ระหว่างสืบสวนติดตาม
จำนวน ๑๑๓ ราย


จากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่า การใช้โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายนั้น มีการโทรศัพท์ผ่านระบบ
การสื่อสาร VOIP และมีการแปลงเลขหมายที่ปรากฏยังประชาชนผู้รับสายให้เป็นหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานของรัฐ
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นเงินจำนวนมาก และจากการวิเคราะห์
พบว่าหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานของรัฐที่มีการนำไปใช้อ้างอิงนั้น เป็นหมายเลขโทรศัพท์ของ สถานีตำรวจ
ที่ทำการไปรษณีย์ ศาล และหมายเลขอื่น ที่มีหมายเลขซ้ำกัน จำนวน ๕๐ หมายเลข
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติประจำศูนย์ ประสานขอความร่วมมือกับ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. และนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.สายงานกิจการโทรคมนาคม
พร้อมทั้งผู้ให้บริการโทรศัพท์ในประเทศ ประกอบด้วย
1.บริษัท ไทเทิ่ล แอ๊คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) DTAC
2.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) AIS
3.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE
4.บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) CAT
5.บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

Recent Posts