ตำรวจท่องเที่ยวตรวจบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกันเมื่อสองวันที่ผ่านมา

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า เตรียมเสนอเพิ่มอายุคนขับเรือสปีดโบ๊ทนำเที่ยว หลังพบว่าขาดความชำนาญร่องน้ำจนเป็นที่มาของอุบัติเหตุเรือชน

นี่คือบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ทชนกันเมื่อสองวันที่ผ่านมา บริเวณด้านหน้าของโบ๊ท ลากูน มารีน่า ห่างออกจากชายฝั่งประมาณ 600 เมตร ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นร่องน้ำ ที่เรือทุกลำใช้เป็นเส้นทางเข้าจอดเทียบเรือ เพื่อส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่ง โดยหลังจากเกิดเหตุตำรวจได้ลากเรือนำเที่ยวลำดังกล่าวเข้ามาจอดไว้ริมชายฝั่งแล้วเพื่อค้นหาสาเหตุของการชน

ส่วนอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ มีด้วยกัน 10 คน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 คน ในจำนวนนี้หนึ่งคน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ ส่วนที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งนายท้ายเรือและเด็กเรือด้วย

ล่าสุดวันนี้พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมด้วยอธิบดีกรมเจ้าท่า ได้เดินทางมาตรวจจุดเกิดเหตุ เพื่อวางมาตรการแก้ไข นอกจากนี้ได้เข้าหารือร่วมกันกับทางจังหวัด และผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ท โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อเสนอมาตรการในการแก้ไข โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือในส่วนของความปลอดภัยของตัวเรือ และส่วนของนายท้ายเรือ

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวบอกว่าปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุ 5 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา มีเพียงครั้งเดียวที่เป็นเหตุระเบิดกลางทะเลในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยในเบื้องต้นตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แต่ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความรู้และประสบการณ์ของนายท้ายเรือ ซึ่งในวันนี้ทางกรมเจ้าท่าได้เสนอให้เพิ่มอายุของนายท้ายเรือจาก 18 ปีเป็น 20 ถึง 22 ปี

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล
รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

สำหรับใบประกาศนายท้ายเรือนั้น มีลักษณะใกล้เคียงกับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ โดยผู้ที่ได้รับใบประกาศสามารถขับเรือสปีดโบ้ทขนาด 30 และ 60 ตันกอสได้ทั่วประเทศ หลังสอบผ่านการขับขี่จากกรมเจ้าท่า

Recent Posts