ทลายเครือข่ายแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ ชาวต่างชาติรับจ้างกดเงิน ก่อเหตุหลายพื้นที่

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ทลายเครือข่ายแก็งค์คอลเซ็นเตอร์
ชาวต่างชาติรับจ้างกดเงิน ก่อเหตุหลายพื้นที่

ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรม
ที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ เครือข่ายแก็งค์ Call Center มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไป
และมีผู้หลงเชื่อจนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่ง
ให้จัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
( ศป.ฉปทน.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ควบคุมกำชับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ดำเนินการปราบปราม
ทลายเครือข่ายแก็งค์ Call Center ข้ามชาติ อย่างจริงจังต่อเนื่องมาโดยตลอด

ต่อมาได้มีกลุ่มคนร้ายโทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายหลายพื้นที่ คือ สน.บางเขน ,สภ.สมุทรสาคร และสภ.บางบัวทอง
ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไป ดังนี้
– สน.บางเขน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 มูลค่าความเสียหาย เป็นจำนวนเงิน 1,058,918 บาท
– สภ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 มูลค่าความเสียหาย เป็นจำนวนเงิน 72,500 บาท
– สภ.บางบัวทอง เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2561 มูลค่าความเสียหาย เป็นจำนวนเงิน 145,080 บาท
ระหว่างนั้น ผู้เสียหายได้ติดต่อศูนย์ ศป.ฉปทน.ตร. แจ้งเหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศป.ฉปทน.ตร.
จึงสืบสวนติดตามจนทราบว่าคนร้าย คือ
นายกัน ชิน เชท ( MR.GAN CHIN CHEAT ) อายุ 38 ปี สัญชาติ มาเลเซีย หนังสือเดินทางเลขที่ A 3529xxxx

ซึ่งทำหน้าที่รับจ้างกดเงินจากบัญชีรับโอนเงินของผู้เสียหาย และได้ทำการควบคุมตัวและเพิกถอนใบอนุญาตหนังสือเดินทาง
ส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติให้ศาลจังหวัดสมุทรสาคร
ออกหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.46/2561 ลงวันที่ 29 มกราคม 2561
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้อื่นโดยมิชอบ
และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของของอื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวนท้องที่รับผิดชอบดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 342 (1) ,269/5 ,269/6
โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 269/7

Recent Posts
New Server