ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 15 & X-RAY FOREIGNER

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ อินทรีทมิฬ (Black Eagle) ครั้งที่ 15 & X-RAY FOREIGNER
ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว

​ ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ
โดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคง
ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมธนบัตร (Black Money)
กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming)
กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่าย กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่างๆ
และยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง

ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ
​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1
ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม
และบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจ
และปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด,
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 33 จุด
รวมทั้งตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดที่มีรายชื่อในระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
PIBICS (PERSONAL IDENTIFICATION AND BLACKLIST IMMIGRATION CONTROL SYSTEM)

สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 16 ราย มีรายละเอียด ดังนี้
​1. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
​ จำนวน 7 ราย (สัญชาติเมียนมาร์ 1, เกาหลี 1, อินเดีย 5 ราย)
​2. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต”
​ จำนวน 7 ราย (สัญชาติศรีลังกา 4, อเมริกัน 1 ,อินเดีย 2 ราย)
​3. จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
และ มีหรือไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น”
​ จำนวน 1 ราย (สัญชาติไนจีเรีย 1 ราย)
​4. จับกุมข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และ ร่วมกันกระทำความผิดโดยทุจริต
หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
​ จำนวน 1 ราย (สัญชาติไนจีเรีย 1 ราย)

​รวมผลการปฏิบัติ BLACK EAGLE
​เข้าค้นทั้งสิ้น 437 จุด จับกุมได้ทั้งสิ้น 146 ราย
​นอกจากนี้ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา 6 ราย 6 คน ในข้อหา “ขาย หรือ จำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน (ไนตรัสออกไซด์) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติ ยา พ.ศ.2510”
สถานที่จับกุม : บริเวณแผงลอยริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม.
พร้อมของกลาง : จำนวน 4 รายการ
1. หลอดแก๊สไนตรัสออกไซด์ จำนวน 310 หลอด
2. กระบอกอัดแก๊ส ​จำนวน 6 อัน
3. ลูกโป่งที่ยังไม่บรรจุแก๊ส​จำนวน 163 ใบ
4. แผ่นป้ายกระดาษเคลือบพลาสติก เขียนคำว่า “Laughing Gas” จำนวน 2 แผ่น
นำส่ง : สน.ชนะสงคราม

​จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย 2 คน
ในข้อหา : 1. ขายหรือจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภทที่ 2 (อัลปราโซแลม) โดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
​2. ขายหรือจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่ต้องขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับแต่มิได้ ขึ้นทะเบียน (ปรับ 1,000 – 5,000 บาท)
​3. ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาโดยไม่ได้รับอนุญาต (จำคุก 3 ปี ปรับ 5,000 บาท)
สถานที่จับกุม : ร้านขายยา ที พี ฟาร์มา เลขที่ 74 ซ.รามบุตรี และร้านขายยา ที พี 24/4 ถ.ข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม.
พร้อมของกลาง : จำนวน 43 รายการ

Recent Posts
New Server