“มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ครั้งที่ ๗” และ ”การทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวต่างชาติ รับจ้างกดเงิน ก่อเหตุหลายพื้นที่”

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ครั้งที่ ๗” และ
”การทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวต่างชาติ รับจ้างกดเงิน ก่อเหตุหลายพื้นที่”

ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิด
และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดย แสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไปและมีผู้หลงเชื่อ
จนเป็น เหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง
“ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ได้ประสานความร่วมมือกับ
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
จากการปฏิบัติงานของสายด่วน ๑๗๑๐ ของสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน
และสายด่วน ๑๑๕๕ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกรุงเทพ
ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายที่ ถูกหลอกลวง
และโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายแล้วระงับไม่ให้สามารถถอนเงินออกไป และได้นำเงินคืนให้กับผู้เสียหาย จำนวน ๑๐ ราย
รวมเป็นเงินจำนวน ๑,๑๐๑,๖๑๔.๗๖ บาท ได้แก่
๑.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๒๒๗,๑๕๒ บาท เจ้าหน้าที่ สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน ๒๑๙,๙๕๒ บาท

๒.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.ปังธงชัย จ.นครราชสีมา ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน ๑๕๓,๑๗๗.๗๖ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด

๓.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๔๗,๗๐๐ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน ๒๙,๗๐๐ บาท

๔.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เมืองสมุทรสงคราม ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๙๙,๐๒๔ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด

๕.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๒,๗๗๒,๔๙๖ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน ๕๓,๐๙๔ บาท

๖.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด

๗.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เมืองสมุทรปราการ ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๗๙๖,๐๐๐ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ ๒๙๕,๕๐๒ บาท

๘.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๑๐๐,๙๖๕ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด

๙.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เมืองจันทบุรี ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๖๑,๒๐๐ บาท เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายรายนี้ไว้ได้ทั้งหมด

๑๐.ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เมืองจันทบุรี ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน ๓๙,๐๐๐ บาท เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดเงินคืนจากผู้ต้องหาไว้ได้ทั้งหมด

จากข้อมูลผู้เสียหายทั้ง ๑๐ ราย เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายได้เต็มจำนวนทั้งหมด ๖ ราย
จากการสอบถามผู้เสียหายที่สามารถทำการอายัดเงินได้ทัน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการตั้งสติ คิดทบทวน และทราบว่าถูกคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวง เฉลี่ยแล้วใช้เวลาดังนี้
อายัดเต็มจำนวน ใช้เวลาประมาณ ๑๕ – ๓๐ นาที
อายัดได้บางส่วนมากกว่าครึ่งของจำนวนที่ถูกหลอก ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที – ๑ ชั่วโมง
อายัดได้บางส่วนน้อยกว่าครึ่งของจำนวนที่ถูกหลอก ใช้เวลาตั้งแต่ ๑ ชั่วโมง ขึ้นไป
โดยใช้ช่องทางติดต่อการอายัดเงิน ผ่านช่องทางสายด่วน 1155, 1710 และ ทางธนาคาร
สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก็งคอลเซ็นเตอร์
หลอกลวงไปยังบัญชีคนร้าย สามารถอายัดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน ๔๙ ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๐,๓๖๓,๓๘๙.๒๓ บาท

Recent Posts
New Server