ยุทธการ ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้ามชาติ เครือข่ายอาซื่อ และอาหวัง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

​​​ยุทธการ ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้ามชาติ เครือข่ายอาซื่อ และอาหวัง
ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามกลุ่ม
องค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊ง Call Center
มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไปโดยโทรศัพท์จากต่างประเทศ มาหลอกลวงประชาชนในประเทศไทย
และมีผู้หลงเชื่อจนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง“ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.)” โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.
เป็น ผอ.ศูนย์ฯ และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ
ดำเนินการปราบปราม ทลายเครือข่ายแก๊ง Call Center ข้ามชาติ อย่างจริงจังต่อเนื่องมาโดยตลอด
​​ต่อมาชุดปฏิบัติการของ ศป.ฉปทน.ตร. ได้ทำการสืบสวนขยายผลทราบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดของเครือข่าย แก๊งอาซื่อ
หรือ นายจู อี้ เต๋อ และอาหวัง หรือ นายหวัง ลู่ เฉิน ซึ่งเป็นลูกน้องเก่าของเครือข่ายนายเฉิน หยวน ไข่
ได้ย้ายมาตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์ ณ กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

​​วันนี้ (๒๐ ก.พ.๖๑) ชุดปฏิบัติการ ฉปทน.ตร. จึงประสานความร่วมมือกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซีย
บุกเข้าไปภายในอาคารพาณิชย์ ๔ ชั้น ย่านศรีเปอร์ตาลิ่ง กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พบคนไทยถูกขัง
ให้เป็นพนักงานรับโทรศัพท์ จำนวน ๑๑ คน และจับกุมชาวไต้หวัน ๕ คน รวมหัวหน้าแก๊งค์ รวมทั้งหมด ๑๖ คน
จึงได้ประสานความช่วยเหลือผ่านนางสาวนิภา นิรันดร์นุช อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
​​จากการเข้าตรวจค้นภายในอาคารพบอุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมทั้งบัญชีรายชื่อ
เหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ที่ยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพยรายชื่อเหยื่อและรายชื่อเจ้าหน้าที่
ของรัฐระดับสูง รวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อในแต่ละบริบท
​​โดยพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นคนไทย จำวน ๑๑ คน
​​มีหมายจับ จำนวน ๒ คน คือ
​​๑.นางติรวดี หรือติว​ลิ้มติ้ว​​อายุ ๒๓ ปี
​​ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ ๗๓/๒๕๖๑ ลง ๑๗ ก.พ.๒๕๖๑
​​๒.นายชัชนันท์ หรือเฟิร์น เกตุพันธ์ ​อายุ ๒๖
​​ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ ๗๔/๒๕๖๑ ลง ๑๗ ก.พ.๒๕๖๑

​​และชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ควบคุม จำนวน ๕ คน
​​มีหมายจับ จำนวน ๒ คน (ระดับสั่งการ) คือ
​​๑.นายจู อี้ เต๋อ (อาซื่อ) หัวหน้าแก๊ง​สัญชาติไต้หวัน
​​ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม​ที่ จ.๗๑/๒๕๖๑ ลง ๑๗ ก.พ.๒๕๖๑
​​๒.นายหวัง ลู่ เฉิน (อาหวัง) ​​สัญชาติไต้หวัน
​​หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ​ที่ จ.๗๒/๒๕๖๑ ลง ๑๗ ก.พ.๒๕๖๑
​​ข้อหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและกรรโชกทรัพย์”
(ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๓๑๐,๓๓๗) อัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
​​จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ เพิ่งย้ายมาเช่าอาคารแห่งนี้ทำศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ๒ เดือน
เงินหมุนเวียนกว่า ๑๐๐ ล้านบาท และยังมีผู้ร่วมกันอีกคน ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ที่หลบหนีกลับประเทศไปได้ก่อนหน้านี้
ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศมาเลเซียครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ ๒ ในรอบเดือน
เป็นการขยายผลการช่วยเหลือคนไทยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
​​ประวัตินายจู อี้ เต๋อ (อาซื่อ) เคยทำงานให้ นายเฉิน หยวน ไข่ ระดับผู้จัดการดูแลทั้งหมดต่อมาจึงได้แยกมาทำเอง
​​ผู้ต้องหาระดับเจ้าของและสั่งการ ชาวไต้หวัน
​​นายจู อี้ เต๋อ ​(อาซื่อ)
​​นายหวัง ลู่ เฉิน ​(อาหวัง)
​​นายไช่ หมิง หง
​​น.ส. เจียง อี ทิง
​​นายเสิ่น เยิ่น หยิง

ความคืบหน้าการช่วยเหลือเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์
​​​ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
​​​​​จากปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อคนไทย เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค.๒๕๖๑ ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน
หลอกไปทำงานในประเทศมาเลเซีย และใช้กำลังประทุษร้าย หน่วงเหนี่ยว กักขัง บังคับใช้ทำงานให้กระทำความผิด
โทรศัพท์มาหลอกลวงคนไทยในประเทศ ได้หลบหนีออกมา ประสานขอความช่วยเหลือและเข้ามาให้ข้อมูลกับ ศป.ฉปทน.ตร.
จนสามารถเข้าช่วยเหลือเหยื่อชาวไทยได้ จำนวน ๒ คน คือ
​๑.นายเก ​​ศูนย์กลาง ​ ​อายุ ๓๙ ปี
​๒.นายอรรถกฤษ ​หล้าเชียงของ ​อายุ ๒๓ ปี
​โดยได้ทำการจับกุมชาวไต้หวัน ๓ คน และ ชาวมาเลเซีย ๒ คน รวม ๕ คน ดำเนินคดีที่ประเทศมาเลเซียแล้วนั้น
​ในวันนี้(๒๐ ก.พ.๖๑) ทางการประเทศมาเลเซีย ได้ส่งตัวคนไทยทั้ง ๒ คน กลับมายังประเทศไทยแล้ว
ซึ่งบุคคลทั้งสองนี้ มีหมายจับของ สน.บางเขน ตามหมายจับศาลอาญา ที่ ๒๘๙๓/๒๕๖๐ และ ๒๘๙๒/๒๕๖๐ ลง ๒๖ ธ.ค.๒๕๖๐
ตามลำดับ ซึ่งจะได้ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
​ส่วนการตกเป็นเหยื่อจากการถูกกระทำของแก็งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอพนักงานอัยการพิจารณาต่อไป

​สรุปผลการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน ๓ ครั้ง
​ครั้งที่ ๑ ประเทศมาเลเซีย ​​เมื่อวันที่ ๒๖ ม.ค.๒๕๖๑
​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน ๕ คน
​เป็นคนไต้หวัน ๓ คน, คนมาเลเซีย ๒ คน
​ครั้งที่ ๒ ประเทศกัมพูชา​​เมื่อวันที่ ๑๖ ก.พ.๒๕๖๑
​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน ๓๗ คน
​เป็นคนไต้หวัน ๖ คน, คนไทย ๒๖ คน และ คนกัมพูชา ๕ คน
​ครั้งที่ ๓ ประเทศมาเลเซีย​​เมื่อวันที่ ๒๐ ก.พ.๒๕๖๑
​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน ๑๖ คน
​เป็นคนไต้หวัน ๕ คน และคนไทย ๑๑ คน
​รวมทั้งสิ้น ๕๘ คน
​เป็นคนไต้หวัน ๑๔ คน, คนไทย ๓๗ คน, คนมาเลเซีย ๒ คน และคนกัมพูชา ๕ คน

Recent Posts
New Server