ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำนักงานตารวจแห่งชาติจับกุมคนร้ายที่ใช้บัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นในการกดเงินที่ได้จากการหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จับกุมคนร้ายที่ใช้บัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นในการกดเงินที่ได้จากการหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน
จากกรณีที่ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจำนวนหลายรายว่าถูกคนร้ายซึ่งเป็น คนต่างชาติหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์
โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ จนผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงิน ให้คนร้าย เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย

สำนักงานตารวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและ ปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน
ผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สานักงานตารวจแห่งชาติ”
โดยมี พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศูนย์ฯ
และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท./ ผู้ควบคุมกากับชุดปฏิบัติการประจาศูนย์ฯ
ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วนและจับกุมคนร้ายที่กระทา ความผิดมาดาเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
ต่อมาวันที่ ๒๔ ก.พ.๖๑ เจ้าหน้าที่ตารวจประกอบด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก. ทท.1 บช.ทท.,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2ฯ, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.
พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1ฯ , พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง
พ.ต.ท.นริศ ปรารถนาพร รอง ผกก.สส.สน.สายไหม , พ.ต.ท.นพรุจ จิตมั่น สวป.สน.ศาลาแดง
พ.ต.ท.วสุภัทร ปักกังเวสัง สว.ฝอ.บก.น.๖ , พ.ต.ต.อนิรุทธิ์ พูลสวัสดิ์ สว.สส.สน.ดินแดง กับพวก

ได้ร่วมกัน จับกุมตัว
๑. นํายซีวํานยํานํา เฮเนรี (SSEWANYANA HENERY) สัญชําติอูกันดํา หนังสือเดินทํางเลขที่ B ๑๔๒xxxx
๒. นํางสําวชัญญําพิชญ์ วิศรี อํายุ ๓๓ ปี เลขบัตรประชําชน ๑-๔๑๐๑-๐๐๐๐x-xx-x
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบโดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ,
ร่วมกันมีไว้เพื่อนําออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
(มาตรา 269/5 อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ และ มาตรา ๒๖๙/๖
อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิด ๖ หมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ)

พฤติการณ์ในการก่อเหตุ กล่าวคือ ศป.ฉปทน.ตร. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจานวนหลายราย ว่าถูกคนร้ายหลอกลวง
ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยคนร้ายได้แสดงตนเป็นบุคคลอื่น ทาให้ผู้เสียหาย หลงเชื่อและโอนเงินให้คนร้าย
ต่อมาชุดสืบสวนจับกุมในคดีนี้ ได้สืบสวนจนทราบว่า มีคนร้ายซึ่งอยู่ ในกลุ่มแก๊งหลอกลวงผู้เสียหายผ่านแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค
โดยการแชทข้อความแสดงตนเป็นบุคคลอื่น จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และเมื่อหลอกลวงสาเร็จ
คนร้ายจะทาหน้าที่ขับรถ ตระเวนกดเงินที่ได้จากการหลอกลวง ตามตู้ATMที่ต่างๆเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนจับกุมผู้ต้องหา
และสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง ๒ รายได้ พร้อมของกลางที่สาคัญ คือ สมุดบัญชีธนาคารและบัตร ATM ของผู้อื่นจำนวนหลายใบ
จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดาเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนผู้ร่วมกระทารายอื่นนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมมาดาเนินคดีต่อไป

Recent Posts