การดำเนินคดีเครือข่าย บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

การดำเนินคดีเครือข่าย บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด

ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต
และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ดำเนินการปราบปรามการประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวที่มีลักษณะ
เป็นทัวร์ต้นทุนต่ำ หรือทัวร์ด้อยคุณภาพ อันเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ของประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2559 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (เดิม), กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต
และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ร่วมกันตรวจสอบพบว่า บริษัท ไท่ลี่ หรือทรานลี่ เทรเวิล จำกัด
และบริษัทในเครือ เป็นบริษัทที่ดำเนินการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งเรือนำเที่ยว
รถบัสรับส่งนักท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก สปา ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกครบวงจร และตรวจสอบพบว่า
นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม และนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีการกระทำความผิด

โดยใช้บัตรประชาชนที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดำเนินธุรกิจเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับ
ในข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต , ใช้หรือแสดงบัตรประชาชน
อันเกิดจากยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ , แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ
แก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย , แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จ
ลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย”
โดยนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล หลบหนี

โดยต่อมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมและได้ทำการเพิกถอนทะเบียนบริษัทในเครือข่ายทรานลี่
จำนวนทั้งสิ้น 15 บริษัท พร้อมกันนี้ได้มีการดำเนินคดีกับนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม และ นายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล
ในความผิดเกี่ยวกับ อั้งยี่ , การใช้บัตรประชาชนโดยมิชอบฯ, การแจ้งความอันเป็นเท็จฯ รวมทั้งสิ้น 22 คดี
นอกจากนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้มีคำสั่งยึดทรัพย์ ของบริษัทในเครือ ทรานลี่ โดยสามารถยึดรถบัส
จำนวน 117 คัน เรือจำนวน 35 ลำ และทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 202 รายการ และได้นำทรัพย์สินขายทอดตลาด
สามารถนำเงินคืนสู่แผ่นดินได้ทั้งหมด 204,894,000 บาท ใช้ระยะเวลาในการขายทอดตลาด 6 เดือน

ผลการดำเนินการทางคดีกับบุคคลในเครือข่ายบริษัท ทรานลี่ ทราเวล จำกัด ในปัจจุบัน
คดีอาญา ในส่วนของนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม ศาลตัดสินแล้วจำนวน ๔ คดี ได้แก่
1.เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 61 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษา นายวีระชัย คำไผประพันธ์กุล (หลบหนี) นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม
มีความผิดข้อหา “อั้งยี่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคสอง(เดิม)ประกอบมาตรา 83 จำคุก 10 ปี
ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่
ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน
2.เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 59 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษา นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม มีความผิดข้อหา ใช้บัตรประชาชน ฯแจ้งเท็จ
ตาม ป.อาญา ม.137,267, พรบ.บัตรประชาชน พ.ศ. 2526 ม.14 ว.2,4 กรรมเดียวหลายบท จำคุกกระทงละ 6 เดือน
ปรับกระทงละ 60,000 บาท รวม 18 เดือนปรับ 180,000 บาท รับสารภาพลดโทษจำคุก 9 เดือนปรับ 90,000 บาท
รอลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัว 8 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 30 ชม. ผู้กล่าวหา นายทะเบียนราษฎรอำเภอเมืองภูเก็ต
3.เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 60 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษา นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม มีความผิด ข้อหา ใช้บัตรประชาชน ฯแจ้งเท็จ
ตาม ป.อาญา ม.137,267, พรบ.บัตรประชาชน พ.ศ.2526 ม.14 ว.2,4 กรรมเดียวหลายบท จำคุกกระทงละ 6 เดือน
ปรับกระทงละ 10,000 บาท 7 กระทง รวม 42 เดือน ปรับ 70,000 บาท รับสารภาพลดโทษจำคุก 21 เดือนปรับ 35,000 บาท
รอลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัว 8 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 30 ชม. ผู้กล่าวหา นายทะเบียนทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
4.เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 60 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษา นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม มีความผิด ข้อหา ใช้บัตรประชาชน ฯแจ้งเท็จ
ตาม ป.อาญา ม.137,267, พรบ.บัตรประชาชน พ.ศ.2526 ม.14 ว.2,4 กรรมเดียวหลายบท จำคุกกระทงละ 6 เดือน
ปรับกระทงละ 10,000 บาท 7 กระทง รวม 42 เดือน ปรับ 70,000 บาท รับสารภาพลดโทษจำคุก 21 เดือนปรับ 35,000 บาท
รอลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัว 8 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 30 ชม. ผู้กล่าวหา เจ้าท่าภูเก็ต

คดีแพ่ง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 ศาลแพ่งได้มีคำสั่ง ตามคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.154/2560 ให้ทรัพย์สินจำนวน 202 รายการ
มูลค่าประเมินประมาณ 104,646,564 บาท ของบริษัทในเครือข่ายทรานลี่ ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า
เป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด มูลฐานอั้งยี่

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2561 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์
ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ให้ดำเนินคดีกับนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม และนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล
ในความผิดฐาน “ฟอกเงิน” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ เพิ่มเติมอีกข้อหาหนึ่ง

Recent Posts