ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจ 191 จับกุมคนไทยตัวการสำคัญในแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ เกี่ยวเนื่องกับผู้เสียหายใน หลายท้องที่ มูลค่าความเสียหายรวม ๑,๘๗๘,๔๒๘ บาท

 In Uncategorized @th

ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจ 191 จับกุมคนไทยตัวการสำคัญในแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์
เกี่ยวเนื่องกับผู้เสียหายใน หลายท้องที่ มูลค่าความเสียหายรวม ๑,๘๗๘,๔๒๘ บาท
ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิด
และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดย แสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ เครือข่ายแก๊ง Call Center มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไป
และมีผู้หลงเชื่อจนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากและ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.ตร.)”

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. ,
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท ,พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก. ๑ บช.ทท.,
พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. ,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ,พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.๑ บช.ทท.,
พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. , พ.ต.อ.ศารุต แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.๑ ,พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.๒
มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ “ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ออกดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดที่ ทำการหลอกลวงผู้เสียหาย
โดยมีแผนประทุษกรรมเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากการร้องทุกข์ของผู้เสียหาย ในท้องที่ของ สน.ดินแดง สน.เตาปูน และ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โทรมาลอกลวงว่าผู้เสียหายมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทำการตรวจสอบเงินดังกล่าว
ผู้เสียหายหลงเชื่อ ได้โอนเงินไปเข้าบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวนหลายบัญชี จากนั้นได้หลอกลวงขอรหัส OPT
และคนร้ายได้ทำธุรกรรมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง จนได้รับความเสียหายดังนี้
๑.ผู้เสียหายในท้องที่ สน.ดินแดง ได้รับความเสียหาย ๘๒๔,๗๒๘ บาท
๒. ผู้เสียหายในท้องที่สน.เตาปูน ได้รับความเสียหาย ๖๒๔,๐๐๐ บาท
๓.ผู้เสียหายในท้องที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับความเสียหาย ๔๒๙,๗๐๐ บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศป.ฉปทน.ตร. ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร พบว่าเงินที่ถูกหลอกลวงของผู้เสียหาย
ได้มีการเบิกถอนเงินสดโดยใช้สมุดบัญชีจากธนาคารที่บริเวณเคาเตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์
ซึ่งกล้องวงจรปิดธนาคารสามารถบันทึกภาพชายที่มาทำธุรกรรมไว้ได้ เมื่อถอนเงินสดเสร็จ ชายคนดังกล่าว
ได้ส่งมอบเงินให้ชายอีกคนที่บริเวณห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ จึงได้ทำการสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กองบัญชาการตำรวจนครบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า ชายที่มาถอนเงินสดคือ
นายอัศนัย อินพิทักษ์ และ ชายที่มารับเงินสดคือ นายชนชน เพชรดี ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน
ขอศาลจังหวัดสมุทรปราการอนุมัติหมายจับ จนนำไปสู่การจับกุมดังนี้
วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑ ได้ทำการจับกุมตัว นายชนชน หรือโอ เพชรดี อายุ ๓๓ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ
ที่ ๑๕๕/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”
ได้พร้อมของกลางคือ เงินสดจำนวน ๔๒,๐๐๐ บาท ,สมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี นายจักรพงษ์ เย็นพระพาย
และโทรศัพท์มือถือจำนวน ๑ เครื่อง ซึ่งภายในโทรศัพท์มีภาพสมุดบัญชีต่างๆเชื่อมโยงถึงบัญชีรับโอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
และพบสลิปการโอนเงินถึงแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งในชั้นจับกุม นายชนชน หรือโอ เพชรดี ได้รับว่า
ตนเป็นผู้จัดหาคนไปเปิดบัญชี จำนวนประมาณ ๕ บัญชี ตามคำสั่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศฟิลิปปินส์จริง
และเมื่อมีการหลอกลวงสำเร็จ ผู้เสียหายจะโอนเข้าบัญชีที่ให้คนไปเปิดไว้ จากนั้นสั่งให้เจ้าของบัญชีถอนเงินสดมาให้ตน
และจะนำเงินสดดังกล่าว ฝากเข้าตู้ฝากเงินอติโนมัติเพื่อโอนไปยังอีกบัญชีหนึ่ง โดยจะส่งไปให้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์
ในประเทศฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ ยังมี นายอัศนัย อินพิทักษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ ๑๕๖/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑
ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” ยังคงหลบหนีอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวต่อไป

ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้รีบแจ้งมาที่
“ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.ตร.)”
ตั้งอยู่ที่ ชั้น ๑ อาคาร ๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ ๑ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สายด่วน ๑๑๕๕ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒๒๕๑ ๙๗๙๓ หมายเลขโทรสาน ๐๒๒๕๒ ๗๘๘๑
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สายด่วน ๑๗๑๐
ตั้งอยู่ที่ ชั้น ๑ เลขที่ ๔๒๒ ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ในกรณีที่รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง แจ้งสายด่วน ๑๑๕๕ และ ๑๗๑๐ โดยเร็วที่สุด

นายชนชน หรือโอ เพชรดี อายุ ๓๓ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัด สมุทรปราการ ข้อหา
“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”ถูกจับได้ขณะเดินตระเวนกดเงินจานถนนวิภาวดี
ถึงควบคุมตัวไปตรวจค้นภายในห้องพักพบเงินสดจานวน ๔๒,๐๐๐ บาท ,สมุดบัญชีธนาคาร และ โทรศัพทมือถือ
ซึ่งภายในมีภาพสมุดบัญชีต่างๆเชื่อมโยงถึงบัญชีรับโอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสลิปการโอนเงินถึงแก็งค์คอลเซ็นเตอร์
ในประเทศฟิลิปปินส์

โดยนายชนชน หรือโอ เพชรดี ได้ให้การรับว่า เป็น ผู้จัดหาคนไปเปิดบัญชี ๕ บัญชี ตามคำสั่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ประเทศฟิลิปปินส์ และเมื่อมีการหลอกลวง สำเร็จ ผู้เสียหายจะโอนเข้าบัญชีที่ให้คนไปเปิดไว้ ก่อนสั่งให้เจ้าของบัญชี
ถอนเงินสดมาให้ และนำเงินสดดังกล่าว ฝากเข้า ตู้ฝากเงินอัตโนมัติเพื่อโอนไปอีกบัญชีหนึ่ง โดยจะส่งไปในประเทศฟิลิปปินส์นอกจาก ผู้ต้องหารายนี้แล้ว ยังมี นายอัศนัย อินพิทักษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการอีกคนที่ยังคงหลบหนีอยู่

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวบอกว่า ขณะนี้กำลังหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย
ในประเทศฟิลิปปินส์และประเทศใกล้เคียงเพื่อตามล่าตัวหัวหน้าแก๊งมาดำเนินคดี

Recent Posts