การแถลงผลการปฏิบัติ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ศป.ฉปทน.ตร.)

 In Uncategorized @th, ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ตามนโยบายของรัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกรูปแบบ อย่างเด็ดขาด
โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคงของชาติซึ่งถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงมีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มค้ายาเสพติด, กลุ่มค้ามนุษย์, กลุ่มชาวต่างชาติที่พักอาศัยและประกอบธุรกิจในประเทศไทย
โดยผิดกฎหมาย และกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเป็นภัยต่อความมั่นคง
และความผาสุขของพี่น้องคนไทย ตามหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการกำลังปราบปราบตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ จับกุม กลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (Over Stay)
การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การค้ายาเสพติด และความผิดที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติทุกประเภท
ซึ่งที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติเป็นจำนวนมาก

สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ใช้โทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ
ทำให้สูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวเรียกว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ที่ปราบปรามได้ยาก มีผู้เสียหายกระจายอยู่ทั่วประเทศ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
จึงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
หรือที่เรียกว่าศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ตร. ตามคำสั่ง ตร.ที่ ๗๓๓/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๐

บัดนี้ศูนย์ดังกล่าว ได้ดำเนินการมาครบระยะเวลา ๓ เดือนแล้ว จึงขอสรุปผลการปฏิบัติดังนี้
– รับแจ้งความจากผู้เสียหายทั่วประเทศ จำนวน ๓๘๓ คดี มูลค่าความเสียหายยอดรวมประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท
– สอบสวนขยายผลจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ จำนวน ๓๗๓ หมาย จับกุมตามหมายแล้ว ๒๒๙ หมาย
-อายัดเงินคืนผู้เสียหายได้จำนวน ๖๖ รายเป็นเงินจำนวนประมาณ ๑๓ ล้านบาท
ด้านการปราบปราม สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวม ๒๕๕ ราย
– ร่วมกับสำนักงาน กสทช.จับกุมบริษัทที่ให้บริการ VoIP จำนวน ๖ ราย
– ร่วมกับสำนักงาน ปปง.ยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด จำนวนประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท
และล่าสุดได้มีการประสานงานจากทางรัฐบาล ให้เข้าไปประสานข้อมูลและจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ในประเทศมาเลเซียและกัมพูชา จำนวน ๕ แห่ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน ๕๕ คน

ด้านการป้องกัน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบข้อมูลการกระทำผิดของกลุ่มคนร้ายผ่านทางสื่อต่างๆ
โดยเปิดสายด่วน ๑๑๕๕ และ ๑๗๑๐ ให้ประชาชนโทรมาแจ้งข้อมูลและประสานสำนักงาน กสทช. บล็อกเบอร์โทรศัพท์
ที่คนร้ายใช้สัญญาณ VoIP ปลอมหมายเลขโทรศัพท์ โทรเข้ามาหลอกประชาชนจำนวน กว่า ๑๓๐ หมายเลข
นอกจากนี้ยังได้ร่วมบูรณาการกับสำนักงานอัยการสูงสุด, กระทรวงการต่างประเทศ, ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง,
เจ้าหน้าที่ทหาร กองทัพภาคที่ ๑ กองทัพภาคที่ ๒ ในการสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาโดยตลอด อย่างจริงจัง
และต่อเนื่อง ทำให้สถิติการเกิดคดีลดลงอย่างเห็นได้ชัด และมีการให้เบาะแสข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่มากขึ้น
ทำให้ประชาชนถูกหลอกน้อยลง
​ ผลการปฏิบัติของศูนย์ นับว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
เพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์
ปลอดภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป
ท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานในพิธีขึ้นบนเวทีเพื่อมอบโล่เกียรติคุณในความร่วมมือ
กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศมาเลเซียและกัมพูชา พร้อมมอบเงินคืนแก่ผู้เสียหาย

Recent Posts