ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (ชาวต่างชาติรับจ้างกดเงิน) ก่อเหตุหลายพื้นที่ มูลค่าความเสียหายประมาณ ๒ ล้านบาท

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (ชาวต่างชาติรับจ้างกดเงิน)

ก่อเหตุหลายพื้นที่ มูลค่าความเสียหายประมาณ ๒ ล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำ
ความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนทั่วไป
และมีผู้หลงเชื่อจนเป็น เหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก
และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง“ศูนย์ป้องกัน และปรามปรามการฉ้อโกงประชาชน
ผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  หักพาล รอง ผบช.ทท.ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์  ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.,พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท.,
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ประเสริฐ  เงินยวง ผบก.ทท.๑ บช.ทท.,
พล.ต.ต.ภาณุมาศ  บุญญลักษณ์ ผบก.สปพ., พ.ต.อ.นิติธร  จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบก.ทท.๑,
พ.ต.อ.พนัญชัย  ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.๒, พ.ต.อ.ศารุติ  แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.๑
สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมเครือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทุกรูปแบบ
โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติรับจ้างกดเงินในประเทศไทย

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๐ มี.ค.๖๑ ได้มีผู้เสียหายของ สน.พหลโยธิน, สภ.สันทราย และ สน.บางเขน
แจ้งเหตุมายังศูนย์ปฏิบัติการ ฉปทน.ตร.ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์หลอกลวงเอาทรัพย์สินไป
จำนวน ๑,๓๐๐๐,๐๐๐ บาท, ๑๖๑,๐๐๐ บาท (อายัดได้เต็มจำนวน) และ  ๔๗๗,๐๐๐  บาท ตามลำดับ
จึงได้สืบสวนติดตามจนทราบว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ เป็นเครือข่ายของนายฉีเคอ ที่ตั้งฐานอยู่ที่เมืองดูไบ
ประเทศสหรับอาหรับเอมิเรตส์  ได้ว่าจ้างให้ชาวต่างชาติมาถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร (cardless) ตามตู้เอทีเอ็มหลายแห่ง
ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมรัชดา-ห้วยขวาง, สุขุมวิท ๕๐, ๗๙ และที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงเพิกถอนหนังสือเดินทาง
และเฝ้าติดตามคนร้ายกลุ่มนี้เรื่อยมา

จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑ ชุด ศป.ฉปทน.ตร. ได้ทำการจับกุมผู้กระทำผิดได้ จำนวน ๔ คน
ซึ่งเป็นชาวต่างชาติสัญชาติมาเลเซียทั้งหมด  ที่รับจ้างกดเงินของผู้เสียหายตามตู้เอทีเอ็ม ตามหมายจับของศาลอาญา ดังนี้

คดีของ สน.พหลโยธิน และ สภ.สันทราย จำนวน ๓ หมาย ดังนี้

๑.นายลิง โฮ ชุน  (Mr.Ling Ho Soon)                      อายุ  ๓๓  ปี     สัญชาติมาเลเซีย

ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญาที่ ๕๖๓/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑

๒.นายอง  ตัน กวน (Mr.Ong  Tun  Kuan) อายุ ๒๙ ปี   สัญชาติมาเลเซีย

ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญาที่ ๕๖๔/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑

๓.นายคอ คีน ฮัว  (Mr.Khar  Kean  Hau)                  อายุ  ๒๘  ปี     สัญชาติมาเลเซีย

ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญาที่ ๕๖๕/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑

คดีของ สน.บางเขน จำนวน ๑ หมาย ดังนี้

๑.นายคอ โก ฟอง (Mr.Khor  Ko Fong)                    อายุ ๓๑ ปี       สัญชาติมาเลเซีย

ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญาที่ จ.๕๖๑/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๑

โดยกล่าวหาว่า ”ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” 

พร้อมของกลาง

๑บัตรกดเงินสด(ATM) จำนวน ประมาณ ๑๐ ใบ

๒.โทรศัพท์ จำนวน  ๕ เครื่อง

๓.เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, หมวก ที่ใส่ในวันก่อเหตุกดเงินของผู้เสียหาย

วันเวลาที่เกิดเหตุ

สน.พหลโยธิน เหตุเกิดเมื่อวันที่   ๑๐-๑๘ มี.ค.๖๑

สภ.สันทราย เหตุเกิดเมื่อวันที่    ๑๖ มี.ค.๖๑

ซึ่งเหตุเกิดก่อนปฏิบัติการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ ๑๙ มี.ค.๒๕๖๑

ส่วนที่  สน.บางเขน  เหตุเกิดเมื่อวันที่  ๒๑ มี.ค.๖๑ ซึ่งเป็นคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่ง และอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างผู้ต้องหาตามหมายจับคดีคอลเซ็นเตอร์ ที่หลบหนีการจับกุมตามหมายจับที่พนักงานสอบสวนทั่วประเทศได้ดำเนินการออกหมายจับไว้ถึงปัจจุบัน (๒๕ มี.ค.๖๑)

มีจำนวนทั้งสิ้น      ๔๒๗ หมาย

จับกุมแล้ว           ๒๔๔ หมาย ผู้ต้องหา       อยู่ต่างประเทศรอการส่งกลับ ๖๗ หมาย

คงเหลือ             ๑๑๖ หมาย ไม่มีคุณภาพ  ๒๓ หมาย

คงเหลือจำนวนทั้งสิ้น  ๙๓ หมาย

จับกุมแล้วในวันนี้(๒๖ มี.ค.๖๑) จำนวน ๕ หมาย เหลือ ๘๘ หมาย

หากประชาชนท่านใดมีเบาะแสคนร้ายตามหมายจับ สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่

ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตั้งอยู่ที่ ชั้น ๑ อาคาร ๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ ๑ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

สายด่วน ๑๑๕๕ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๕๑ ๙๗๙๓  หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๒๕๒ ๗๘๘๑

ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน   สายด่วน ๑๗๑๐

ตั้งอยู่ที่ ชั้น ๑ เลขที่ ๔๒๒ ถนน พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร       

         ในกรณีที่รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ขอให้แจ้งสายด่วน ๑๑๕๕ และ ๑๗๑๐ โดยเร็วที่สุด”

Recent Posts