ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ สน.ปทุมวัน และ 191 จับกุมผู้ต้องหา แก็งค์ชาวกัมพูชา ” หลบหนีเข้าเมืองฯ , ร่วมกันลักทรัพย์ “

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ตำรวจสืบสวนนครบาลปทุมวัน ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว รวบแก๊งล้วงกระเป๋าชาวกัมพูชา 4 ราย
และคนไทย 1 ราย รับสารภาพทำมานานกว่า 5 ปี

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลการจับกุมนางสาวนิน ลายนิน ชาวกัมพูชา พร้อมพวก
รวม 6 คน พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆรวม 52 เครื่อง หลังตำรวจสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน
และตำรวจท่องเที่ยว ได้ทำการสืบสวนและจับกุมได้ ขณะก่อเหตุลักทรัพย์ ผู้เสียหายย่านปทุมวัน
โดยพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ กล่าวว่า นางสาวนิน เป็นหัวหน้าขบวนการล้วงกระเป๋า ได้ชวนพรรคพวกชาวกัมพูชาอีก 4 คน
และชาวไทย 1 คน ให้มาร่วมขบวนการในการก่อเหตุ ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหา จะออกไปก่อเหตุเฉพาะวันศุกร์
วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ซึ่งเลือกเหยื่อเฉพาะเด็ก และผู้หญิง โดยมีการแบ่งหน้าที่กันก่อเหตุ ตามที่ได้มีการซักซ้อมกันมาก่อน
ซึ่งให้คนไทยทำหน้าที่ดึงความสนใจของผู้เสียหาย ก่อนอีก 3 คน จะเข้าไปกรีดหรือล้วงกระเป๋า เพื่อขโมยทรัพย์สินของผู้เสียหาย
ภายในห้างสรรพสินค้าดังและตลาดที่มีคนจำนวนมาก ย่านปทุมวัน ซึ่งการก่อเหตุแต่ละครั้ง จะได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ
40-50 เครื่อง ก่อนจะนำกลับไปขายที่ประเทศกัมพูชา เครื่องละ 3000-5000 บาท ทำมานานกว่า 5 ปี
นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินางสาวนิน พบว่าเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว และถูกจับกุมดำเนินคดี
แต่ระหว่างการขอประกันตัวชั่วคราวในชั้นศาล ได้หลบหนีกลับไปประเทศกัมพูชา แล้วกลับเข้ามาในประเทศไทย
เพื่อก่อเหตุซ้ำอีก

ทั้งนี้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จะดำเนินการเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันกลุ่มชาวต่างชาติ เข้ามาก่อเหตุล้วง
หรือกรีดกระเป๋าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ เพื่อให้ประชาชนออกมาเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างมีความสุข
แต่อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงประชาชนที่จะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ตามสถานที่ต่างๆ ช่วยกันระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าของตนเอง
พร้อมขอให้ประชาชน ช่วยเป็นหูเป็นตาหากพบเหตุร้ายให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

​ ตามนโยบาย ผู้บังคับบัญชา สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการสืบสวนปราบปรามจับกุมกวาดล้างอาชญากรรม
ที่มีผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาชญากรชาวต่างชาติ ที่แฝงตัวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย
โดยผิดกฎหมาย ก่อเหตุอาชญากรรมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ปัจจุบันทราบว่า มีการรับแจ้งเรื่องร้องเรียน
จากประชาชนและนักท่องเที่ยวถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์โดยการล้วงกระเป๋า กรีดกระเป๋า เป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น
​ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท.,พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.,
พล.ต.ต.ดุสิต สมศักดิ์ ผบก.น.6, พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ.,
พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.,
พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุต แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 ,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท. 2, พ.ต.อ.เกื้อกมล ดวงประทีป ผกก.1 บก.ทท.1,
พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั้น ผกก.สน.ปทุมวัน, พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท,
พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ รอง ผกก. สายตรวจ สปพ,พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน
สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สืบสวนปราบปรามกรณีดังกล่าวข้างต้น ปรากฏผลการจับกุมดังนี้
​เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท.1 นำโดย พ.ต.ต.สมัชญ์ บำรุงชาติ สว.กก.1 บก.ทท.1, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน
โดย พ.ต.ต.ธนศักดิ์ สว่างศรี ,พ.ต.ต.ณัฐพล คนหลัก สว.สส.สน.ปทุมวัน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ งานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ,
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน.สน.ปทุมวัน และ สน.พญาไท

ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 6 รายดังนี้
​1. น.ส.วิริยา สืบชาติ​​อายุ 27 ปี ​สัญชาติไทย
​2. น.ส.นิน ลายนิน​​อายุ 28 ปี ​สัญชาติกัมพูชา
​3. น.ส.เตือย เปา​​อายุ 17 ปี ​สัญชาติกัมพูชา
​4. นายตี เอียน​​อายุ 34 ปี ​สัญชาติกัมพูชา
​5. นายอุง ลอง เล็ก​​อายุ 29 ปี ​สัญชาติกัมพูชา หนังสือเดินทาง N 106xxxx
​6. น.ส.นา เปา​​อายุ 16 ปี ​สัญชาติกัมพูชา

พร้อมด้วยของกลางคือ​โทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่าง ๆ รวม 52 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า ​ ​” ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร “ และ “ หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้
​​ รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด ”

พฤติการณ์แห่งคดี ​ด้วย ปัจจุบัน ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
ว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ โดยการล้วงกระเป๋า กรีดกระเป๋า ตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบด้วย บก.ทท.1 ,
191 , สน.ปทุมวัน และ สน.พญาไท จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวน รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์แผนประทุษกรรม กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ
ปรากฏพบว่า สถานที่ก่อเหตุบ่อยครั้งคือ บริเวณศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เกิดขึ้นย่าน สยาม มาบุญครอง และประตูน้ำ
จึงร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายเรื่อยมา กระทั่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2561 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย

พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 52 เครื่อง มูลค่าโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดประมาณร่วม 1,000,000 บาท ทั้งนี้
กลุ่มคนร้ายชาวต่างชาติให้การรับว่า ได้หลบหนีเข้ามาและพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักร และร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือ
ตามแหล่งท่องเที่ยวจริง โดยจะแบ่งหน้าที่กัน คนหนึ่งทำหน้าที่ล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์สิน โดยอีก 2-3คน ทำหน้าที่เบียดบัง
ไม่ให้ผู้อื่นสังเกตเห็นขณะก่อเหตุ เมื่อได้โทรศัพท์จะนำไปเก็บซุกซ่อนที่ห้องพัก และจะลักลอบนำโทรศัพท์ที่ได้มา
เดินทางออกไปขายต่อยังประเทศของตนหรือประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฯ ได้ติดต่อไปยัง ผู้เสียหาย ให้มาตรวจสอบ
โทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึด เพื่อยืนยันของกลางดังกล่าวและดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย
​พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวต่างชาติ หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด
แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ด้วยการล้วงกระเป๋า,กรีดกระเป๋า ตามแหล่งท่องเที่ยว เป็นภัยอาชญากรรมที่ต้องเร่งปราบปราม
อย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือ สื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์การจับกุมคนร้าย ในคดีนี้ ให้ผู้เสียหาย ที่เคยถูกกลุ่มคนร้ายลักทรัพย์
ตามสถานที่ดังกล่าวข้างต้น เดินทางมาตรวจสอบของกลางได้ที่ สน.ปทุมวัน เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมาย
กับกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป

Recent Posts