ประชาสัมพันธ์ข่าวการตรวจเยี่ยมกองกำกับการศูนย์รวมข่าว (ศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑) ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวันพุธที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ น.

 In ข่าวประชาสัมพันธ์, ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านบริการ อำนวยความสะดวก

ประชาสัมพันธ์ข่าวการตรวจเยี่ยมกองกำกับการศูนย์รวมข่าว (ศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑)
ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวันพุธที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ น.
**********************************************************
วันนี้ (๔ เม.ย. ๖๑) เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น.
พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พร้อมด้วย พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑ หรือกองกำกับการศูนย์รวมข่าว กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ
กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น ๓ ของอาคารกองบังคับการตำรวจจราจร ถนนวิภาวดีรังสิต

เมื่อได้เดินทางมาถึง และรับฟังบรรยายสรุปสถานภาพกำลังพล ตลอดจนภารกิจต่างๆ ของศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑ แล้วนั้น
พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าไปตรวจสอบขั้นตอนการรับแจ้งเหตุ
และได้รับโทรศัพท์รับแจ้ง เหตุด้วยตนเองซึ่งทาให้พบว่ามีประชาชนจำนวนมากที่โทรเข้ามาเพื่อป่วนหรือก่อกวนทั้งโทรเข้ามา
แล้วไม่พูดโทรเขา้ มาแล้ววางสาย ปีละกว่า ๑๐๐,๐๐๐ สาย ซึ่งสายป่วนหรือก่อกวนต่างๆ เหล่านั้น ล้วนเข้ามาขโมยวินาทีชีวิต
ของ ประชาชนผู้อื่นทั้งสิ้น และจากการตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พบว่า คู่สายโทรศัพท์
กำลังพลที่ ปฏิบัติหน้าที่ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานรับสายที่ว่าจ้างเอกชนนั้น มีความเพียงพอต่อการให้การบริการประชาชน
(๖๐ คู่สาย เจ้าหน้าที่รับสายผลัดละ ๓๐ คน มีล่ามแปลภาษาและที่ปรึกษากฎหมายบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง)
แต่ด้วย ระบบการรับแจ้งเหตุเดิม ซึ่งคือระบบ C3I นั้น ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นระบบเก่าที่ล้าสมัย
ไม่สามารถ ปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาได้อีกแล้ว แผนที่ในระบบไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตรวจสอบขั้นตอน
การปฏิบัติอยู่นั้น พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับแจ้งเหตุต้องใช้ความพยายามในการตอบสนองต่อการแจ้งเหตุด่วนของ ประชาชน
โดยการนำโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนส่วนตัวขึ้นมาช่วยเจ้าหน้าที่รับสาย หาข้อมูลจุดเกิดเหตุว่าอยู่ ณ จุดใด และเป็นพื้นที่
ของสถานีตำรวจนครบาลใด เพื่อที่จักแจ้งพนักงานวิทยุได้ตรงกับพื้นที่รับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งปัญหา Sever ของระบบ
มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้ระบบขาดความเสถียร และขัดข้องบ่อยครั้ง ทำให้พนักงาน รับสายจะต้องทำงานซ้ำซ้อน
โดยจะต้องเขียนข้อมูลการรับแจ้งเหตุลงในแผ่นกระดาษอีกครั้ง เพื่อนำส่งให้พนักงานวิทยุ ติดต่อสถานีตำรวจพื้นที่ต่อไป
ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นทำให้ระยะเวลาในการตอบสนองต่อเหตุด่วนนั้น เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำหรับเหตุด่วน เหตุอันไม่พึงประสงค์
ต่างๆ ทุกๆ วินาที ล้วนมีค่าต่อประชาชนผู้ประสบเหตุเสมอ

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งเหตุ
๑๙๑ ในครั้งนี้นั้น สืบเนื่องมาจากรัฐบาลโดย ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ใช้หมายเลข ๑๙๑ รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน หมายเลขเดียวทั้งประเทศ
แต่ในปัจจุบันยังพบกระแสของประชาชนคลางแคลงต่อการทางานของ ๑๙๑ ว่าโทร ไม่ติด หรือโทรแล้วไม่มีผู้รับสาย
โทรแล้วไปถึงที่เกิดเหตุล่าช้า หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่เกิดเหตุ ตนจึงต้องมาตรวจสอบให้เห็นกับตาว่ามีปัญหาใดในการปฏิบัติ
มีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการให้บริการประชาชน และการก้าว ไปสู่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ซ่ึงจากการตรวจสอบ
พบดังเหตุปัจจัยที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น เจ้าหน้าที่ของศูนย์ รับแจ้งเหตุได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มกาลังความสามารถ
ในการตอบสนองและให้บริการต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ ของ ประชาชน ทั้งนำเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่
แต่ด้วยปัจจัยข้อขัดข้องทางเทคโนโลยี ที่ไม่ เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงาน ทำให้ระยะเวลาในการตอบสนองต่อเหตุเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น การปรับปรุงและพัฒนาศูนย์ รับแจ้งเหตุ ๑๙๑ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นระบบการรับแจ้งเหตุ
หลายช่องทาง ระบบการ รับแจ้งเหตุโดยผู้แจ้งเหตุเป็นผู้พิการ ระบบระบุพิกัดผู้แจ้งเหตุ ระบบการประชุมสายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
เช่น ล่าม แปลภาษา ตำรวจท่องเที่ยว หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจผู้เข้าระงับเหตุ ระบบแผนที่และระบบควบคุมสั่งการที่ ทันสมัย
หรือแม้กระทั่งการใช้องค์ความรู้ในการรับแจ้งเหตุ นั้น จะช่วยลดระยะเวลาในขั้นตอนการรับแจ้งเหตุและส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สายตรวจเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่ น้องประชาชน และความมั่นคง
ของประเทศชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งพวกเราทุกคนต้องตระหนักและให้ความสำคัญต่อทุกๆ วินาที เพราะทุกวินาทีล้วนมีค่าต่อทุกชีวิต

“๑๙๑ ปกป้องทุกภัย ใส่ใจทุกชีวิต”

Recent Posts
New Server