ยุทธการ “ปราบปรามธุรกิจท่องเที่ยวบุกรุกป่าสงวน” ครั้งที่ 1

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมมือกับกรมป่าไม้ และกรมเจ้าท่า บุกจับ 4 บริษัทนำเที่ยวรุกล้ำลำน้ำและป่าสงวน
ในพื้นที่อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา หลังจากเมื่อต้นเดือนมีนาคม จับไปแล้ว 3 บริษัท

นี่คือภาพถ่ายทางอากาศที่แสดงให้เห็นถึงการลุกลามลำน้ำ และพื้นที่ป่าสงวน ของบริษัทนำเที่ยว 4 แห่ง
ในตำบลท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จากภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่ามีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ยื่นเข้าไป
ในลักษณะของอาคารและท่าเทียบเรือ

ยุทธการ “ปราบปรามธุรกิจท่องเที่ยวบุกรุกป่าสงวน” ครั้งที่ 2
ตามนโยบายของรัฐบาล “ทวงคืนผืนป่า” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
โดย พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3
จึงได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบ ปราบปรามการประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยว
ที่มีลักษณะ รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน ป่าชายเลน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
โดยเมื่อวันที่ 3 มี.ค.61 ที่ผ่านมา ได้มี มียุทธการ “ปราบปรามธุรกิจท่องเที่ยวบุกรุกป่าสงวน” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีการดำเนินการ
เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและท่าเรือที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนไปแล้ว 3 แห่ง
วันนี้ (10 เม.ย.61) ภายใต้การอำนวยการโดย พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.,
พล.ต.ต.ศุภเดช ยัอยนวล รอง ผบช.ภ.8,พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3,พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จว.พังงา,
นายศุภชัย สุกใส หัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) กรมป่าไม้, นายกิตติเดช โชโต หัวหน้าสถานีทรัพยากร
ป่าชายเลนที่ 19 (ลำแก่น) ร่วมสนธิกำลังหน่วยต่างๆ ดังนี้ ตำรวจท่องเที่ยว , ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา , เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ,
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.รน. , กรมป่าไม้, กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง , เจ้าท่าจังหวัดพังงา , ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา ,
สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคใต้ เขต 2 และสำนักงานสรรพากร รวมกำลังพลทั้งสิ้น 250 นาย
เข้าดำเนินการตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและท่าเรือรับส่งนักท่องเที่ยวซึ่งบุกรุกเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
คลองทุ่งมะพร้าว จำนวนทั้งสิ้น 4 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 ท่าเทียบเรือ บริษัท พีเค อาร์ซี มารีน จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
ทะเบียนบริษัทเลขที่ 0835561003855 มี น.ส.ปาณภรอันน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ และ น.ส.เพ็ชร ฐาแก้วเจริญ เป็นกรรมการ
​​จุดที่ 2 ท่าเทียบเรือ บริษัท หงษ์ฟ้า ฮอลิเดย์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
ทะเบียนเลขที่ 0835557007451 มี น.ส.วรารัตน์ แซ่หลิว เป็นกรรมการ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 32/00556
​​จุดที่ 3 ท่าเทียบเรือ แฟนแทซทิค สิมิลัน ทราเวล จำกัด ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 34/00341
ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีนายอภิชา เกตุสอาด เป็นเจ้าของบริษัท
จุดที่ 4 ท่าเทียบเรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟันนี่ เดย์ ซาฟารี จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
ทะเบียนเลขที่ 0843549003440มี น.ส.ชนิดา สุดแสง และ นายชรินทร์ แซ่ขวย เป็นกรรมการ

1. ผลการตรวจสอบท่าเทียบเรือทั้งสิ้น 4 จุด มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ทั้งสิ้นจำนวน 19 ไร่ และ บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนบางส่วน
เนื้อที่ 5 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของพื้นที่ป่าทั้ง 2 ชนิด รวม 1,880,000 บาท
2. ดำเนินคดี ท่าเรือ พีเค อาร์ซี มารีน,ท่าเรือแฟนแทซทิค สิมิลัน ทราเวล,ท่าเรือฟันนี่ เดย์ ซาฟารี
ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ จำนวน 2 ข้อกล่าวหา ต่อนิติบุคคลและกรรมการ (ในฐานะส่วนตัว) คือ
​​1) พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 “ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า
ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ”
​​2) พ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.2484 ม.54 “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือ
หรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะกระทำภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมฯ”
นอกจากนี้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ ของบริษัทนำเที่ยวและท่าเรือที่เกี่ยวข้อง
มีผลการปฏิบัติ ตรวจสอบพบการกระทำความผิด ดังนี้
​​​1.ทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต โทษตามมาตรา 86 จำนวน 2 ราย จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

จากการตรวจสอบของกรมป่าไม้พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของบริษัทหงษ์ฟ้า ฮอล์ลิเดย์ , แฟนตาสติด สิมิลัน ทราเวล ,
pk-rc มารีน และท่าเรือบ่อทราย ย่านตำบลลำแก่น ซึ่งถือว่าเป็นการประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวที่มีลักษณะ รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน
ป่าชายเลน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

ตำรวจจึงได้ควบคุมผู้ควบคุมอาคารผู้จัดการบริษัทและกรรมการบริหารส่งไปดำเนินคดี ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ
และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ และ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ
ของบริษัทนำเที่ยวและท่าเรือที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ทำการในเรือ โดยมิได้รับประกาศนียบัตร – พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย

สำหรับการปราบปรามกลุ่มธุรกิจนำเที่ยวรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนได้มีการดำเนินการมาแล้วหนึ่งครั้ง เมื่อวันที่ 3 มี.ค.61 ที่ผ่านมา
ภายใต้ยุทธการ “ปราบปรามธุรกิจท่องเที่ยวบุกรุกป่าสงวน” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีการดำเนินการกับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
และท่าเรือที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนไปแล้ว 3 แห่ง

อย่างไรก็ตามเป็นที่สังเกตว่าบริษัทดังกล่าว มีความเกี่ยวพันกันในเรื่องของการบริหารงาน
โดยมีกลุ่มทุน หนุนหลังในลักษณะนอมินี โดยมีผู้บริหารของบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ตำรวจท่องเที่ยว เคยปราบปรามอย่างหนัก
ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมาก่อน เป็นผู้สั่งการ

Recent Posts