ตำรวจท่องเที่ยวดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่มีพฤติการณ์ในการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ตามนโยบายของรัฐบาลให้หน่วยงานราชการร่วมบูรณาการกำลังในการปราบปรามกลุ่มบริษัทนำเที่ยวผิดกฎหมาย
หรือกลุ่มบริษัทนำเที่ยวที่ประกอบการในลักษณะนอมินี รวมถึงสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
ที่มีพฤติการณ์ในการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยเสียหายรวมถึงผู้ประกอบการ
ที่มีพฤติการณ์ในการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัดและเพื่อให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมนั้น กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่มีพฤติการณ์ในการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
ด้วยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 44 ราย แจ้งความร้องทุกข์ สภ.เกาะหลีเป๊ะ
กรณีได้รับความเสียหายซื้อทัวร์ จากบริษัท ไทยอัลฟา อันดามัน จำกัด เมื่อเดินทางไปถึงไม่สามารถเที่ยวได้ตามกำหนด
พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 16/2561 ลง 24 มีนาคม 2561 ดำเนินคดีกับนายถาวร ไกรแก้ว
นายประทีป แก้วนนท์ และบริษัทไทยอัลฟา อันดามัน จำกัด ข้อหา ประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการ อันจะก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่นักท่องเที่ยว ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวหรือตามที่ได้โฆษณาหรือชี้ชวนไว้หรือตาม พระราชบัญญัติ
ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พุทธศักราช 2551 แก้ไข พุทธศักราช 2559 และได้ทำการจับกุมนายถาวร ไกรแก้ว
ตามข้อหาดังกล่าวข้างต้น ส่วนนายประทีป แก้วนนท์ หลบหนีการจับกุมอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว ต่อมาได้มีผู้เสียหาย
กว่า 400 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. ให้ดำเนินคดีกับบริษัท ไทยอัลฟา อันดามัน จำกัด
กรณีซื้อแพ็คเกจทัวร์จากบริษัทไทยอัลฟา อันดามัน จำกัด. เพื่อไปท่องเที่ยว เกาะหลีเป๊ะ แล้วไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้
เนื่องจากบริษัท ปิดตัวลง

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว
เข้าสืบสวนการประกอบธุรกิจนำเที่ยวของ บริษัท ไทยอัลฟ่า อันดามัน จำกัด พบว่าประกอบธุรกิจนำเที่ยวจดทะเบียนถูกต้อง
ได้โฆษณาขายแพ็คเกจนำเที่ยวทางเฟซบุ๊ค และแอปพลิเคชั่นไลน์นำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังเกาะหลีเป๊ะ หมู่เกาะกระบี่ เกาะช้าง
โดยจะเสนอขายแพ็คเกจในราคาต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น และยังจัดโปรโมชั่น ซื้อ1 แถม 1 มีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะ
ของถูกและดีมีอยู่จริง โดยการขายแพ็คเกจจะมีอายุใช้งานภายใน 2 ปี ทำให้มีประชาชนทั่วไปหลงเชื่อซื้อแพ็คเกจล่วงหน้านี้
เป็นจำนวนมากกว่า 1,600 คน เป็นจำนวนเงินมากกว่า 10,000,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 นายประทีป แก้วนนท์
ได้นำเงินทั้งหมดของ บริษัท ไทยอัลฟ่า อันดามัน จำกัด หลบหนีไป จึงทำให้ บริษัท ไทยอัลฟ่า อันดามัน จำกัด
ได้ปิดกิจการลงทำให้มีผู้เสียหายเพิ่มมากขึ้นกว่า 1,600 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 10,000,000 บาท
พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายประทีป แก้วนนท์ และผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
กระทั่งในวันที่ 11 เมษายน 2561 ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับ ต่อศาลจังหวัดสตูล และศาลจังหวัดสตูลได้อนุมัติหมายจับดังนี้​
1.น.ส.ธัญญรัศม์ สารสังวาล​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.78/2561 ​​
2.น.ส.ณวนัส โพธิ์สุข​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.79/2561 ​
3.น.ส.ขวัญฤทัย มนต์แก้ว​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.80/2561 ​
4.นางสาวสถาพร ทองพรหม​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.81/2561 ​
5.น.ส.ธนิภา กัณหาชาติ​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.82/2561​
6.น.ส.มลฑาทิพย์ พลอยประภัสมุข​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.83/2561​
7.นายประทีป แก้วนนท์​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.84/2561
ในความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันโฆษณาโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการให้บริการ
ไม่ว่าจะเป็นของตน หรือของผู้อื่น โฆษณา อันเป็นเท็จ หรือข้อความที่ควรรู้ หรือรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด,
ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว
หรือนักท่องเที่ยว , ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามการโฆษณาหรือชวนเชื่อเกี่ยวกับรายการนำเที่ยว

​วันนี้ 15 เมษายน 2561 เวลา 16.00 น.
ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโทสาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรีคัชชา ธาตุศาสตร์ ,
พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรีประเสริฐ เงินยวง ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1
พันตำรวจเอกพนัญชัย ชื่นใจธรรม, พันตำรวจเอกอาชยน ไกรทอง, พันตำรวจเอกศารุติ แขวงโสภา รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, พันตำรวจเอกนิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ
ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว
ผลการจับกุมดังนี้
1.น.ส.ธัญญรัศม์ สารสังวาล​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.78/2561 ​
2.น.ส.ณวนัส โพธิ์สุข​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.79/2561
​3.น.ส.ขวัญฤทัย มนต์แก้ว​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.80/2561 ​
4.นางสาวสถาพร ทองพรหม​​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.81/2561 ​
5.น.ส.ธนิภา กัณหาชาติ​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.82/2561​
6.น.ส.มลฑาทิพย์ พลอยประภัสมุข​ ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จส.83/2561

จึงได้นำส่งพนักสอบสวนผู้รับผิดชอบ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายถาวร ไกรแก้ว ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Recent Posts