จับกุมกระบวนการร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะหรือรับของโจร

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“ จับกุมกระบวนการร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะหรือรับของโจร ”

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.สปพ.,
พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.ท.พรพรหม จักษุรักษ์,
พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัฒน์, พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง.ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.
สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมประกอบด้วย ร.ต.อ.ไพบูลย์ สอโส, ร.ต.ท.มงคล รื่นอายุ, ร.ต.ท.สุเทพ นาคครุฑ,
ร.ต.ท.สนอง ขันธจิตร์, ร.ต.ท.ชลอ เพ็ชร ทอง, ร.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ ทัพภูมิ, ร.ต.ต.วรกร วัชรากร รอง สว.ฯ, ด.ต.อนันธวัช จันทร์วงค์,
ด.ต.ธเนศ รัมมะสาร, ด.ต.พชรพล เกิดนอก, ด.ต.บัณชา แสงจันทร์, ด.ต.ฉัตรชัย ม่วงงาม, ด.ต.กฤตภาส น้อยสงวน,
ด.ต.เจริญ อ๊อดพันธ์, ด.ต.สุเทพ หนักแน่น, ส.ต.ท.ธัชชัย จัตุกูล, ส.ต.ท.จาตุรนต์ ดุษฎี, ส.ต.ท.เบญจรงค์ เบ็ญพรม,
ส.ต.ท.อภิศักดิ์ สิงห์เทียน, ส.ต.ท. วรพจน์ เทียนทองคำ, ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ แก้วลี, ส.ต.ท.ณัฐพจน์ แถมสมดี,
ส.ต.ท.สราวุธ ตันไพบูลย์ และ ส.ต.ต.วุฒิชัย คำมูล เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหาข่าว กก.สายตรวจ บก.สปพ.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต นำโดย ร.ต.อ.โสธร บุญเต็ม รอง สวป.สภ.คูคต ,ร.ต.ท.วิศิษฎ์ ขันสีโพธิ์ รอง สว.(ป.)สภ.คูคต
ด.ต.ดนุภพ แสงสาร ผบ.หมู่ สภ.คูคต ได้ร่วมกันจับกุมตัว
๑. นางสาวนราลักษณ์ หรือพลอย โพธิ์ศรี อายุ 21 ปี ที่อยู่ 114/16 ม.10 ต.วัดชะลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
เลขประจำตัวประชาชน 1 1020 0266xxxx
๒. นางสาวกมลชนก หรือเบียร์ พ่อค้า อายุ 21 ปี ที่อยู่ 77 ม.4 ต.นาวัง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ
เลขประจำตัวประชาชน 1 4608 0010xxxx
๓. นางสาวกิตติมา หรือชมพู่ คูณทาการณ์ อายุ 26 ปี ที่อยู่ 182 ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง
เลขประจำตัวประชาชน 1 2199 0031xxxx
๔. นางสาววิไลวรรณ หรือสอน มีสมยา อายุ 42 ปี ที่อยู่ 53/471 ม.3 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
เลขประจำตัวประชาชน 3 1206 0040xxxx

พร้อมด้วยของกลาง
๑. ถุงที่ ๑ ตามบัญชีของกลางแนบท้าย จำนวน 181 ชิ้น
๒. ถุงที่ ๒ ตามบัญชีของกลางแนบท้าย จำนวน 100 ชิ้น
๓. ถุงที่ ๓ ตามบัญชีของกลางแนบท้าย จำนวน 145 ชิ้น
๔. ถุงที่ ๔ ตามบัญชีของกลางแนบท้าย จำนวน 71 ชิ้น
๕. กระเป๋าผ้าสีเขียวอ่อน
๖. กระเป๋าพลาสติกลายการ์ตูน
๗. รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง ทะเบียนป้ายแดง ถ-0186 กทม. เลขตัวเครื่องMR2K39F3301114292
เหตุเกิดและจับกุมตัวพร้อมด้วยของกลางได้ที่ หน้าบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยสามเสน 13 แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ

พฤติการณ์แห่งการจับกุม กล่าวคือ วันนี้ ( ๒ พฤษภาคม 25๖๑ ) สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมข้างต้นได้รับแจ้งเบาะแส
จากสายลับปกปิดนาม แจ้งให้ทราบว่ามีกลุ่มบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์ออกตระเวนลักทรัพย์สินค้าต่างๆจากห้างสรรพสินค้าใหญ่
ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นประจำ เมื่อก่อเหตุลักทรัพย์แล้วจะนำสิ่งของเข้ามาเก็บไว้ที่โกดังซึ่งอยู่ภายในซอยสามเสน 13
หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงให้สายลับพาไปดูโกดังที่เก็บสินค้าดังกล่าว เมื่อทราบสถานที่ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้นำกำลัง
เจ้าหน้าที่นำรถไปจอดสังเกตการณ์บริเวณโกดังดังกล่าว ต่อมาเวลาประมาณ 22.30 น. ( ๒ พ.ค.61 ) พบหญิงขับขี่รถจักรยานยนต์
( ของกลางที่ 8 ) เข้ามาจอดบริเวณฝั่งตรงข้ามกับโกดังและเดินลงไปเปิดประตูห้องโกดัง สักครู่มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า
รุ่นยาริสสีแดงทะเบียนป้ายแดง (ของกลางที่ 7) ขับเข้ามาจากบริเวณปากซอยสามเสน 13 เข้ามาจอดหน้าโกดังและมีชาย
เป็นผู้ขับขี่ลงมาจากรถนายพร้อมกับหญิงผู้โดยสาร ทราบชื่อภายหลังชื่อนางสาวนราลักษณ์ โพธิ์ศรี อายุ 21 ปี ( ผู้ถูกจับที่ 1 )
นางสาวกมลชนก พ่อค้า อายุ 21 ปี ( ผู้ถูกจับที่ 2 ) และนางสาวกิตติมา คูณทาการณ์ อายุ 26 ปี ( ผู้ถูกจับที่ 3 ) ลงมาจากรถ
และแต่ละคนต่างช่วยกันยกถุงบรรจุสินค้าเข้าไปในห้องโกดังเจ้าหน้าที่จึงขับรถเข้าไปและแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ขอตรวจสอบ
ขณะเดียวกันหญิงซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดและเป็นคนไขกุญแจเปิดห้องโกดังได้วิ่งหลบหนีไปพร้อมกับชายผู้ขับขี่รถยนต์
จากการตรวจสอบภายในถุงต่างๆที่อยู่ในรถยนต์พบว่าเป็นสินค้าหลายรายการ จากการสอบถามนางสาวนราลักษณ์ฯ,
นางสาวกมลชนกฯ และนางสาวกิตติมาฯ รับสารภาพว่าได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์มาจากห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสาขารังสิต 2
กับห้างท็อปสาขาดอนเมืองและห้างเทสโก้โลตัสสาขาบางเขน และจากการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในโกดัง ซึ่งบรรจุในถุงต่างๆ
พบว่าเป็นสินค้าชนิดต่างๆหลายรายการ ซึ่งยอมรับว่าเป็นสินค้าที่ได้ร่วมกันก่อเหตุในวันก่อนๆ ตามที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ
และปริมณฑลทั้งหมด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งที่เฝ้าสังเกตการณ์ได้เชิญตัวนางสาววิไลวรรณ มีสมยา อายุ 42 ปี
ซึ่งเดินลงจากรถยนต์นั่งสาธารณะบริเวณปากซอยสามเสน 13 มีลักษณะพิรุธเมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถามยอมรับว่า
เป็นผู้ร่วมก่อเหตุลักทรัพย์มาด้วยกันจริง แต่เนื่องจากนั่งรถมาด้วยกัน ไม่หมดจึงได้นั่งแท็กซี่ตามมา นอกจากนี้ผู้ถูกจับทั้ง 4
ยังให้การรับว่าได้ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้งหลายสถานที่ และแจ้งว่ามีนางสาวเฟิร์นฯที่หลบหนีไปซึ่งเป็นเจ้าของ
โกดังสินค้าเป็นผู้ว่าจ้างให้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ร่วมกันเป็นทีม โดยมีสามีของนางสาวเฟิร์นฯชื่อนายโก๋(ไม่ทราบชื่อสกุลจริง)
เป็นคนพานั่งรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อเชฟโรเลตสีน้ำตาลหมายเลขทะเบียน 5กฐ 3375 กทม. ไปก่อเหตุและคอยเฝ้าดูว่ามีเจ้าหน้าที่
ติดตามดูอยู่หรือไม่ ในวันเกิดเหตุถูกจับกุมได้นำรถออกไป 2 คัน และนายโก๋ฯน่าจะทราบว่าตนถูกจับกุมแล้ว ซึ่งนางสาวเฟิร์นฯ
หลบหนีได้ด้วยเช่นกันน่าจะแจ้ให้ทราบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า(ของกลางรายการที่ ๗)ที่ใช้ก่อเหตุปรากฏว่า
ไม่พบข้อมูลซึ่งจะทำการตรวจสอบต่อไป ส่วนรถจักรยานยนต์พบว่ามีนางสาววิลาวัลย์ พัฒน์กรกิจ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
และผู้ครอบครอง ซึ่งตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกันคือหมายเลข 085-563-6554 เครือข่าย AIS หลังตรวจสอบ
ข้อมูลพื้นฐานทะเบียนราษฎร์ได้นำภาพถ่ายให้ผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 ดูยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวในภาพคือนางสาวเฟิร์นฯที่ว่าจ้างให้
ไปทำการก่อเหตุ โดยพวกตนจะได้รับค่าจ้างต่อการขโมยของครั้งละ 300 บาทและพบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนของนายยอด
ทราบชื่อภายหลังนายสนานหรือยอด หล่ำเรือง อายุ ๔๖ ปี ตกอยู่ภายในรถ หลังตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานทะเบียนราษฎร์
ได้นำภาพถ่ายให้ผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 ดูยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวในภาพคือนายยอดฯที่ขับรถพาไปก่อเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ได้รับทราบภายหลังว่ามีเจ้าหน้าที่ของห้างบิ๊กซี สาขารังสิต 2 ได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คูคต
ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์สินค้าต่างๆไปจากห้าง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 และได้เดินทางมาดูทรัพย์ของกลาง
ที่กองกำกับการสายตรวจโดยยืนยันว่าเป็นทรัพย์จากห้างบิ๊กซีที่ได้ไปร้องทุกข์ไว้แล้ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา
และแจ้งสิทธิให้บุคคลทั้ง 4 ทราบ ชั้นจับกุมทราบและเข้าใจดีแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และนำตัวพร้อมของกลาง
มาที่กองกำกับการสายตรวจและได้จัดทำประวัติและบันทึกการจับกุมโดยแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ทราบอีกครั้งซึ่งได้
อ่านบันทึกนี้ให้ฟังและให้อ่านเองรับว่าถูกต้องเป็นความจริงก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับได้มอบสำเนา
ผู้ถูกจับทั้งสี่ให้คนละ 1 ฉบับ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

​ตามนโยบายภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. ,พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ รอง ผบก.สปพ.,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ,พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจบก.สปพ.,
พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ,พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุษต์ รอง ผกก.สายตรวจ
จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.ไพบูลย์ สอโส รอง สว.งานสายตรวจ 1 นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหาข่าวสืบสวนเพื่อปราบปรามผู้กระทำผิด
เกี่ยวกับคดีอาญา
พฤติการณ์ของการกระทำผิด
สืบเนื่องจากชุดสืบสวนหาข่าวของกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับให้ทราบว่า
มีกลุ่มบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์ออกตระเวนลักทรัพย์สินค้าต่างๆจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นประจำ
เมื่อก่อเหตุลักทรัพย์แล้วจะนำสิ่งของเข้ามาเก็บไว้ที่โกดังซึ่งอยู่ภายในซอยสามเสน 13 เมื่อทราบสถานที่ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการ
ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่นำรถไปจอดสังเกตการณ์บริเวณโกดังดังกล่าว

ต่อมาเวลาประมาณ 22.30 น.( ๒ พ.ค.61 ) กลุ่มผู้ร่วมกระบวนการได้ลงมาจากรถ และแต่ละคนต่างช่วยกันยกถุงบรรจุสินค้า
เข้าไปในห้องโกดัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานขอตรวจสอบ พบว่าภายในถุงต่างๆที่อยู่ในรถยนต์
เป็นสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายรายการ จากการสอบถามกลุ่มผู้ถูกจับรับสารภาพว่าได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์มาจากห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี
สาขารังสิต 2 กับห้างท็อปสาขาดอนเมืองและห้างเทสโก้โลตัสสาขาบางเขน และจากการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในโกดัง
ซึ่งบรรจุในถุงต่างๆพบว่าเป็นสินค้าชนิดต่างๆหลายรายการ ซึ่งยอมรับว่าเป็นสินค้าที่ได้ร่วมกันก่อเหตุในวันก่อนๆ ตามที่ต่างๆ
ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลทั้งหมด ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานทะเบียนราษฎร์ได้นำภาพถ่ายให้ผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 ดูยืนยันว่า
บุคคลดังกล่าวในภาพคือนางสาวเฟิร์น(ตัวการ)ที่ว่าจ้างให้ไปทำการก่อเหตุ โดยพวกตนจะได้รับค่าจ้างต่อการขโมยของ
ครั้งละ 300 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบภายหลังว่ามีเจ้าหน้าที่ของห้างบิ๊กซี สาขารังสิต 2
ได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ. คูคต ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์สินค้าต่างๆไปจากห้าง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561
และได้เดินทางมาดูทรัพย์ของกลางที่กองกำกับการสายตรวจโดยยืนยันว่าเป็นทรัพย์จากห้างบิ๊กซีที่ได้ไปร้องทุกข์ไว้แล้ว
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้กลุ่มผู้ถูกจับกุมทราบ ชั้นจับกุมทราบและเข้าใจดีแล้ว
ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และนำ ตัวพร้อมของกลางมาที่กองกำกับการสายตรวจและได้จัดทำประวัติและบันทึกการจับกุม
โดยแจ้ง ข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะหรือรับของโจร” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Recent Posts
New Server