ยุทธการทลายเครือข่ายอาชญากรทางเศรษฐกิจ ตามหมายจับตำรวจสากล ที่หลบหนีมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยโดยผิดกฎหมาย

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการทลายเครือข่ายอาชญากรทางเศรษฐกิจ ตามหมายจับตำรวจสากล ที่หลบหนีมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยโดยผิดกฎหมาย

​ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ
โดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อมาก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และหลบซ่อนตัวภายในประเทศไทย ที่กระทบกับความมั่นคง
ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง
และหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน
และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ

​​สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สนองนโยบายของรัฐบาลโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด
เร่งรัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติทุกรูปแบบที่แฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยว

​​ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ค.2561 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้รับการประสานงานจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้
ประจำประเทศไทย และกองการต่างประเทศ (ตท.)ว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศเกาหลีใต้
(หมายจับตำรวจสากล INTERPOL) ในข้อหา“ฉ้อโกง”รวมมูลค่าความเสียหาย 115,195,588 บาท (เมื่อปี พ.ศ.2548)
หลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่ประเทศไทย

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.อังกูร  คล้ายคลึง ผบก.ทท.3,
พ.ต.อ.พนัญชัย    ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน ผกก.1 บก.ทท.3,
พ.ต.ท.สืบศักดิ์  ผับสืบ สว.ทท.1 กก.1 บก.ทท.3, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
โดย พล.ต.ต.กฤษณะ  ศิริปิยะวัฒน์ รอง ผบช.ภ.7 รรท.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี,
พ.ต.อ.สุชาย  เทศัชบุตร  ผกก.สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
พ.ต.อ.สำราญ   กลั่นมา ผกก.ตม.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองนี้
ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ภายในโรงแรมกาญจนบุรี (คาวบอย) เลขที่ 59/18 หมู่ 1 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
จึงได้วางแผนเข้าทำการตรวจสอบ โดยได้ขอหมายค้นของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 405/2561 ลงวันที่ 5 พ.ค.2561
เข้าทำการตรวจค้นเมื่อวันที่ 6 พ.ค.2561 เวลาประมาณ 07.30 น. ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้งสองคนหลบซ่อนตัว
อยู่ในโรงแรมดังกล่าว จึงได้ทำการจับกุม ดังนี้​

​1.นายบิยอง แท เจิน (Mr.Byung Tae Jeon) หรือนายแสง  จันทร์นวล   อายุ 54  ปี ​หนังสือเดินทางเลขที่ JB-066xxxx
โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและพำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทย
โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรีที่ 664/2558 ลง 16 ก.ย.2558 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2558 เวลา 08.30 น.
ที่ ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี​​  ​

​2.นางควาง ซุก ซิน (Miss.Kyung Sook Sin)    อายุ 54  ปี ​หนังสือเดินทางเลขที่ JB-066xxxx
​โดยกล่าวหาว่า“เป็นบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและพำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

​3.นายเอกทัศน์ หรือเอก แก้วสีรัง อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 182/17 หมู่ 10 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 7199-0011x-xx-x ​โดยกล่าวหาว่า “ให้บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย
โดยผิดกฎหมายเข้าพักอาศัย ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นการจับกุม” ​ตัวนำส่งพนักงานสอบสวน
สภ.ท่าม่วง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ​จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 เป็นบุคคลตามหมายจับ
ของประเทศเกาหลีใต้ จริง ​ข้อหา “ฉ้อโกง” มูลค่าความเสียหาย 115,195,588 บาท เหตุเกิดเมื่อปี พ.ศ.2548
มีผู้เสียหายเป็นคนสัญชาติเกาหลีใต้ จำนวน 6 คน ซึ่งทางการประเทศเกาหลีใต้ มีความต้องการตัวไปดำเนินคดี
รวมทั้งได้ประสานตำรวจสากล ออกหมายจับ(หมายแดง)ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้หลบหนีมามาซ่อนตัว
อยู่ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2548 (รวมเวลา 13 ปี) ​และเมื่อวันที่ 6 พ.ค.2561 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้
จำนวน 4 คน จากจำนวนทั้งหมด 15 คน ได้เดินทางจากประเทศเกาหลีใต้ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี      ในข้อหา “ฉ้อโกง” มูลค่าความเสียหายประมาณ 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท)

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อประมาณปลายปี 2559 ผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกันหลอกลวงชักชวนให้ผู้เสียหายทั้ง 15 คน
มาร่วมลงทุนก่อสร้างโรงแรมกาญจนบุรี(คาวบอย) อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยอ้างว่าจะลงทุนสร้างเป็นเมืองท่องเที่ยว
สำหรับชาวเกาหลีใต้ โดยเฉพาะ (Korean Town) ผู้ต้องหาได้นำโบชัวร์ นำเสนอโครงการ ว่าจะก่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวครบวงจร
มีทั้งโรงแรม คาสิโน่ สถานบันเทิง ร้านค้าต่างๆ ในพื้นที่บริเวณโครงการ และได้พาผู้เสียหายมาดูและพักในโครงการดังกล่าว
ทำให้ผู้เสียหายทั้งหมดหลงเชื่อ และร่วมลงทุน โดยได้โอนเงินให้แก่ผู้ต้องหาทั้งสอง รวมเป็นเงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาท
ต่อมาเมื่อต้นเดือน ก.พ.2561 ผู้ต้องหา ได้แจ้งให้ผู้เสียหาย ซื้อที่ดินข้างโรงแรมเพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท จึงเกิดความสงสัย
ที่ผู้ต้องหาขอผัดผ่อนเรื่อยมาว่าจะเปิดกิจการถึง 3 ครั้ง (มิ.ย.60, ก.ย.60, ธ.ค.60) จึงทวงถามกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว
และการเปิดกิจการโรงแรม ผู้ต้องหาได้ข่มขู่ห้ามผู้เสียหายเดินทางมาในประเทศไทย โดยอ้างว่ามีหมายจับ
ผู้เสียหายจึงได้ตรวจสอบปรากฏว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงเชื่อแน่ว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน
จึงได้พากันเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป

Recent Posts
New Server