สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ กสทช. วางมาตรการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจการให้บริการกิจการโทรคมนาคมโดยผิดกฎหมาย

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ กสทช. วางมาตรการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจการให้บริการกิจการโทรคมนาคมโดยผิดกฎหมาย
ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิด
และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน
โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ​จากการสืบสวนแผนประทุษกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ ใช้บริการโทรศัพท์ผ่านระบบ อินเทอร์เน็ต
หรือที่เรียกว่าระบบ VoIP (Voice over Internet Protocol) เป็นเทคโนโลยีใหม่ สำหรับการสื่อสารทางโทรศัพท์
โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ชุมสายโทรศัพท์ก็สามารถโทรได้ทั่วโลก

​​ทางศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ศป.ฉปทน.ตร.)
ได้รับร้องเรียนจากประชาชนทั่วประเทศ (ตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.60 ถึง วันที่ 22 พ.ค. 61) จำนวน 436 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย
225,572,288.65 บาท ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก และจากการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์คนร้าย
ที่โทรเข้ามาหลอกลวงผู้เสียหาย พบว่าเป็นการโทรศัพท์ผ่านระบบ VoIP โดยผู้ให้บริการเป็นผู้ที่ซื้อหมายเลขโทรศัพท์
จากค่ายโทรศัพท์มือถือหลักของประเทศ จากการตรวจสอบการให้บริการของบริษัทดังกล่าว พบว่าเป็นการให้บริการ
โดยผิดกฎหมาย ​​

​​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.,
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ร่วมกับ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.,
นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.สายงานกิจการโทรคมนาคม
และนายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร​ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม
ได้ร่วมกันตรวจสอบบริษัท ผู้ให้บริการระบบ VoIP ที่เกี่ยวข้องกับเบอร์โทรศัพท์คนร้ายที่ใช้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหาย
ที่อยู่ในประเทศไทยแล้วพบว่า รูปแบบการให้บริการของบริษัทดังกล่าว เป็นการให้บริการโดยเช่าหมายเลขโทรศัพท์
และสัญญาณโทรศัพท์มาจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือหลักในประเทศไทย และเมื่อเช่ามาแล้ว
ก็ให้เช่าหมายเลขโทรศัพท์แก่บุคคลหรือบริษัท ทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ อีกทอดหนึ่ง

​​สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เชิญให้ สำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้ตรวจสอบว่าได้มีการประกอบกิจการโทรคมนาคม
โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 หรือไม่ อย่างไร โดยสำนักงาน กสทช.
ได้แจ้งให้ 5 บริษัท มาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงาน กสทช. จึงตรวจสอบพบว่า 3 บริษัท ผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคม ได้ให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท และ สน.ดอนเมือง
​พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ และรับคำร้องทุกข์ตามกฎหมายไว้แล้ว ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กสทช.
ดำเนินการตามกฎหมาย โดยบริษัทดังกล่าวกระทำเกินกว่าขอบเขตที่ได้รับอนุญาตในการประกอบกิจการโทรคมนาคม
อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 7 (1) และมาตรา 67 (1)
​ข้อหา”ประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต”
(ไม่มีโครงข่าย ให้บริการเสียง, ข้อมูล, พหุสื่อ แก่บุคคลทั่วไป ทั่วประเทศ)
​​อัตราโทษ “ปรับไม่เกิน 100,000 บาท” ​​​
​ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำการตรวจสอบบริษัท ผู้กระทำผิดในลักษณะเช่นนี้ทุกราย เพื่อบรรเทาปัญหา
การที่คนร้ายใช้ช่องทางนี้กระทำผิด หลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และให้ทุกบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังต่อไป

Recent Posts
New Server