แถลงข่าวคดีค้ามนุษย์เด็กหญิงจาก จ.อุบลราชธานี ไปค้าประเวณี ที่พัทยา จ.ชลบุรี

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“แถลงข่าวคดีค้ามนุษย์เด็กหญิงจาก จ.อุบลราชธานี ไปค้าประเวณี ที่พัทยา จ.ชลบุรี”

คดีนี้สืบเนื่องเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2561 มีผู้แจ้งเบาะแสผ่านศูนย์ฯ 1191 บก.ปคม.โดยแจ้งว่า ด.ญ.เอ (นามสมมุติ)
ถูก น.ส.บี (นามสมมุติ) หลอกให้ไปพัทยา แต่เมื่อไปถึงได้ให้ ด.ญ.เอ ขายบริการและให้ออกหาแขกตามบาร์และตามร้านอาหาร
จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ บก.ปคม.ช่วยตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิด
พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. ได้ออกคำสั่ง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ที่ 49/2561 แต่งตั้งคณะ
พนักงานสืบสวนสอบสวน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 และ กก.๓ บก.ปคม. ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และ พัทยา ชลบุรี
เพื่อสืบสวนหาข่าว จากการสืบสวนสอบสวนได้ข้อเท็จจริงพฤติการณ์แห่งคดีสรุปได้ว่า
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2561หลังจากได้รับข้อมูลจากศูนย์ฯ 1191 บก.ปคม.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๓ บก.ปคม.
จึงได้ลงพื้นที่และติดต่อไปยังผู้ร้องฯ เพื่อขอข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำความผิด และพา ด.ญ.เอ
พร้อมผู้ปกครอง มาพบพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ บก.ปคม. เพื่อสัมภาษณ์
เบื้องต้นสำหรับคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้ความว่าด.ญ.เอ อายุ 14 ปีซึ่งได้รู้จัก กับ น.ส.บี อายุ 17 ปีผ่านเฟสบุ๊ค
และมีการสนทนาชักชวนกันไปเที่ยวที่พัทยาผ่านแชทในเฟสบุ๊ค บางครั้งก็ใช้วิธีการโทรคุยกันผ่านแชทในเฟสบุ๊ค โดย น.ส.บี
ได้พา ด.ญ.เอ ไปขึ้นรถที่ บ.ข.ส.จ.อุบลฯ โดยขึ้นรถสาย อุบลฯ – พัทยา เมื่อถึงพัทยาจึงได้ต่อรถสองแถวต่อไปยังที่พักแถวพัทยาใต้
แต่เมื่อถึงที่พัก น.ส.บี ได้ให้ ด.ญ.เอ พักอาศัยอยู่ที่ห้อง 402 แฝด 3 อพาร์ทเม้นท์ถนนทัพพระยา พัทยาใต้ ร่วมกับเด็กและผู้ใหญ่
อีกหลายคนและจะพาไปทำงานหาเงินโดยการให้ออกหารับแขกชาวต่างชาติตามบาร์หรือตามร้านอาหาร โดยก่อนหน้าที่จะให้
ด.ญ.เอ รับแขกชาวต่างชาติ นั้น น.ส.บี จะพา ด.ญ.เอ ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในพัทยา และตนเองก็ติดต่อหาแขก
เพื่อค้าประเวณีไปด้วย ซึ่งขณะที่ตนเองไปร่วมประเวณีกับแขก ก็จะพา ด.ญ.เอ ไปด้วย ครั้งแรกโรงแรมแถวพัทยากลาง
ครั้งที่ 2 ที่การเคหะพัทยา โดย ด.ญ.เอ จะอยู่ในห้องพักด้วยทุกครั้ง ต่อมาด.ญ.เอ ต้องการจะกลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานี
แต่ น.ส.บี ยังไม่ยอมพากลับ ด.ญ.เอ ไม่มีเงินจึงไม่สามารถกลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานีได้ น.ส.บีจึงได้พาไปรับแขก
ที่โรงแรมมารีน่าอินน์ ถนนพัทยาสาย 2 ซอย 18 โดยแบ่งเงินให้ น.ส.บี จำนวน 1,000 บาท ด.ญ.เอ รับเงิน 4,000 บาท
เมื่อรับแขกเสร็จ น.ส.บี มารับ ด.ญ.เอ กลับที่พัก ขณะที่ น.ส.บี นอนหลับ ด.ญ.เอ จึงได้หลบหนีออกจากห้องพัก
นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างไปขึ้นรถโดยสาร พัทยา-อุบลฯ เพื่อกลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานี ต่อมา น.ส.บี ได้ตาม ด.ญ.เอ
ไปที่บ้าน จ.อุบลราชธานี และกล่าวหาว่า ด.ญ.เอ ขโมยเงิน ตนเองมาจำนวน 1,500 บาท ให้นำมาคืน หากไม่คืนก็ให้ ด.ญ.เอ
กลับไปที่พัทยา กับตน ทางญาติ ด.ญ.เอ ไม่ยินยอมให้ ด.ญ.เอ ไป น.ส.บี จึงเดินทางกลับพัทยา ผลการคัดแยกดังกล่าวปรากฏว่า
ด.ญ.เอ เป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ จึงแจ้งผู้ปกครองเพื่อส่งตัวเข้าคุ้มครองต่อไป ผู้ปกครอง ด.ญ.เอ จึงร้องทุกข์
ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ น.ส.บี จากการสัมภาษณ์

ด.ญ.เอ ยังทราบข้อมูลว่าขณะที่ น.ส.บี กลับไปพัทยา ได้พาเด็กผู้หญิง อายุประมาณ 15-16 ปี ไปด้วยอีก 2-3 คน ชุดสืบสวน กก.3
ร่วมกับ กก.2 บก.ปคม. สืบสวนหาข่าวและทราบว่า น.ส.บี พาเด็กหญิงที่มาจาก จ.อุบลราชธานี ย้ายที่พักจาก แฝด 3 อพาร์ทเม้นท์
ไปพักที่ เรดไลท์เกสท์เฮาส์ ถนนพัทยาสาย 2 ซอย 18 จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกต จนกระทั่งวันที่ 1 มิ.ย.2561 เวลาประมาณ 17.30 น.
พบเห็นเด็กผู้หญิงที่ น.ส.บี พามา จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พม.จ.ชลบุรี)
และหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือบุคคลที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์
ที่ เรดไลท์เกสท์เฮ้า ๒ ถนนพัทยาสาย ๒ ซอย ๑๘ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และที่ แฝด ๓ อพาร์ทเม้น ห้อง ๔๐๒ เลขที่ ๑๙๑ ม. ๑๐
ถนนทัพพระยา พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ผลการปฏิบัติ ที่เรดไลท์เกทส์เฮาส์ ๒ พัทยาสาย ๒ ซอย ๑๘ พบเด็กผู้หญิงที่อาจจะตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์จำนวน ๒ ราย
และ ที่ แฝด ๓ อพาร์ทเม้นท์อีก จำนวน ๒ รายจึงได้นำตัวมาร่วมกันสัมภาษณ์เบื้องต้นสำหรับคัดแยกว่าเป็นผู้เสียหาย
จากการค้ามนุษย์หรือไม่ จากการสัมภาษณ์ดังกล่าวปรากฏว่า 2 ราย ไม่เข้าข่ายตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ และไม่จำเป็น
ที่จะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ จึงได้ส่งตัวกลับไปยังที่พักอีก 1 ราย เข้าข่ายตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์
และจำเป็นที่จะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ จึงได้ส่งตัวเข้าคุ้มครอง ยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี
และอีก 1 ราย คือ น.ส.บี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ ซึ่งผู้ปกครอง ด.ญ.เอ ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี ต่อพนักงานสอบสวน กก.3
ไว้แล้วนั้นพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ น.ส.บี อายุ 17 ปี ทราบว่า
1.กระทำการค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี ซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี
( พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (2) ระวางโทษจำคุก 8-15 ปี
และปรับตั้งแต่ 160,000-300,000 บาท)
2.เป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม
เป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม
ระวางโทษจำคุก 10-20 ปี และ ปรับตั้งแต่ 200,000-400,000 บาท)
3.เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี
แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ( ป.อาญา มาตรา 282 วรรคสาม ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี
และ ปรับตั้งแต่ 100,000-400,000บาท)
4.โดยปราศจากเหตุอันควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร
( ป.อาญา มาตรา 317 วรรคสาม ระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท)
5.พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ( ป.อาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคสอง ระวางโทษจําคุก
ไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ)
6.ชักจูง ส่งเสริม หรือ ยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด
( พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 และ 78 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ)
ส่งตัวยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินการต่อไป

ชุดสืบสวน จึงได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเกี่ยวกับแขกชาวต่างชาติที่ร่วมประเวณีกับ ด.ญ.เอ ที่โรงแรมมารีน่าอินน์ จนได้ความว่า
แขกชาวต่างชาติดังกล่าวมีชื่อว่า MR.PARMOD KUMAR สัญชาติ INDIAN เลขที่ Passport: J 2596271 มีที่อยู่ที่ประเทศไทย
ที่ มารีน่าอินน์ 273/13-15 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และเป็นที่อยู่ที่พา ด.ญ.เอ ไปร่วมประเวณี จากนั้นจึงได้นำภาพถ่าย MR.PARMOD KUMAR ให้ ด.ญ.เอ ดูพร้อมทั้งให้การว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่พาไปร่วมประเวณี
ที่โรงแรมมารีน่าอินน์ฯ ในวันที่ 7 พ.ค. 2561 ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ MR.PARMOD KUMAR ตามหมายจับเลขที่ 1166/2561
ลงวันที่ 1 มิ.ย.2561 ข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือ ผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร,
พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยา
ของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ต่อมาวันที่ 2 มิ.ย.2561 เวลา 00.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1,
กก.2 บก.ทท.1 , กก.2.,3 บก.ปคม., สภ.เมืองพัทยา และ ตม.จว.ชลบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัว MR.PARMOD KUMAR
ได้ที่ จอมเทียนพลาซ่า เรสซิเด้นซ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า
1.โดยปราศจากเหตุอันควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร
( ป.อาญา มาตรา 317 วรรคสาม ระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท)
2.พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ( ป.อาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคสอง ระวางโทษจําคุก
ไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ)
3.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
( ป.อาญา มาตรา 277 วรรคแรก ระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 4-20ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-400,000บาท)
นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินคดี

Recent Posts
New Server