ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซีย บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายเฉิน หยวน ไข่ พบคนไทยร่วมมือกับแก๊งเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ 8 คน มีคนไต้หวันควบคุมดูแล 2 คน

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซีย บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายเฉิน หยวน ไข่
พบคนไทยร่วมมือกับแก๊งเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ 8 คน มีคนไต้หวันควบคุมดูแล 2 คน”

วันพุธ ที่ 6 มิถุนายน 2561 เวลา 20.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง
แถลงข่าวนำกำลังตำรวจร่วมกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซียบุกทลายแก๊ง call center
เครือข่ายนายเฉิน หยวน ไข่ สามารถจับกุมผู้ต้องหา คนไทย 8 คน ชาวไต้หวัน จำนวน 2 คน ที่บ้านเดี่ยวหรู บนยอดเขา
รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย

ณ ห้องVIP 5 อาคาร 1 ประตู 1 ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ภายในสนามบินดอนเมือง ชั้นลอย)

ภายใต้นโยบาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชน
ผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.
หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ สืบสวนหาข่าวและขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญจนทราบว่า
ยังมีคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ที่ประเทศมาเลเซียอีก และยังคอยหลอกลวงประชาชนคนไทย
วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 23.30 น.(เวลาประเทศมาเลเซีย) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.
หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท.,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท., พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.บช.น.,
พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.สมยศ ศรีศรยุทธ์ ผกก.กลุ่มงานประสานงานข่าวต่างประเทศ บก.ส.4 บช.ส.,
พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง บก.น.1 บช.น., พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจบก.สปพ.บช.น.,
พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ.บช.น., พ.ต.ท.ศิลา ตันตระกูล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.บช.ก.,
พ.ต.ต.พรชัย สุขเจริญ สว.สส.สน.วัดพระยาไกร, พ.ต.ต.นที คุ้มล้วนล้อม สว.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.บช.น.,
ร.ต.ต.สถาพร เทศบรรทัด รอง สว.(อก.) ฝอ.6 บก.อก.บช.ทท. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
มาเลเซียร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวไทย บุกเข้าไปภายในบ้านเดี่ยว บนเนินเขา ย่านถนนมารี พิทเช รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย
ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ที่แตกกลุ่มมาจากแก๊งของนายเฉิน หยวน ไข่ ชาวไต้หวัน ที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี
การประกันตัว ตั้งแต่ ปี 2560 หลังสืบทราบว่าเป็นศูนย์สั่งการคอลเซ็นเตอร์เป็นแก๊งของนายเฉิน หยวน ไข่ ที่มาเปิดศูนย์สั่งการ
เพิ่มเติมนอกเหนือจากประเทศกัมพูชาซึ่งถูกทลายไปก่อนหน้านี้ โดยมี นายปั๊กเป้า ชาวไต้หวันเป็นหัวหน้า

จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านเดี่ยวสุดหรู แบ่งออกเป็นห้อง ซึ่งมีโต๊ะ ฉากกั้นเสียง พร้อมอุปกรณ์สื่อสารทั้ง คอมพิวเตอร์,
โทรศัพท์มือถือ, ซิมโทรศัพท์พร้อมใช้งาน, สมุดบัญชีธนาคาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพยรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง
รวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อที่กำหนดไว้ เช่น จากหน่วยปราบปรามยาเสพติด หน่วยปราบปรามการฟอกเงิน
ไปจนถึงศาล นอกจากนั้นยังพบคนไทย 8 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์หาเหยื่อปลายทางในประเทศไทย และมีชายชาวไต้หวัน 2 คน
ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและสั่งการ ในการหลอกลวงเหยื่อตามกลุ่มเป้าหมายที่ถูกสั่งจาก นายปั๊กเป้า ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง
ชาวไต้หวัน ซึ่ง แก๊งนี้เริ่มปฏิบัติการหลอกลวงคนไทยเป็นเวลา 1 เดือนเศษ มีเหยื่อหลงกลโอนเงินให้แล้ว กว่า 20 ล้านบาท
นี่เป็นการบุกเข้ามากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 3 ในมาเลเซียของตำรวจท่องเที่ยว และยังเป็นครั้งแรกในการบุกเข้าจับ
ยามวิกาลในต่างแดน ซึ่งจะเห็นได้ว่า การขับเคลื่อนของแก๊งนี้ยังอาศัยคนไทยเป็นตัวเชื่อมสำคัญ ขณะที่กลุ่มคนไทย ก็ยังคงปฏิเสธ
และอ้างว่า ถูกหลอกมาทำงาน โดยหนึ่งในคนไทย ซึ่งเป็นทีมงานคอลเซ็นเตอร์ ที่เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา และ สุโขทัย
อ้างว่า รู้แค่มาทำงาน แต่ไม่รู้ว่าคอลเซ็นเตอร์
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศมาเลเซียครั้งนี้
ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้เป็นแก๊งตั้งใหม่ที่พยายามย้ายศูนย์เพื่อหลบหนีการตรวจสอบ แต่เทคนิค
หรือวิธีการ ยังเป็นแบบเดิม โดนก่อนที่ตำรวจจะบุกเข้าทลาย 1 ใน 8 คนไทย หลบหนีออกมาได้ก่อนโดยมุ่งหน้า
กลับไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ถูกตำรวจรวบตัวได้ก่อนที่จะหนีเข้ากรุง ทั้งยังบอกด้วยว่า การทำงานปราบปราม
ระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3 ในมาเลเซีย ได้รับการยอมรับและตอบสนองจากทางการมาเลเซียมาก ไม่เพียงจะช่วยตามรอยเบาะแส
และพิกัดที่ตั้ง ยังให้ตำรวจท่องเที่ยวของไทย พร้อมชุดสายสืบเข้าร่วมจับกุมด้วย ถือเป็นการทำงานตามแนวทาง
“วันเวิลด์ วันทีม หรือตำรวจ หนึ่งเดียวทั่วโลก”

​สรุปผลการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 7 ครั้ง / 5 ประเทศ
​ครั้งที่ 1 ประเทศมาเลเซีย​​​​​เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2561
​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 คน ​เป็นคนไต้หวัน จำนวน 3 คน, คนมาเลเซีย 2 คน
​ครั้งที่ 2 ประเทศกัมพูชา​​​​​เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2561
​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 37 คน ​เป็นคนไต้หวัน 6 คน, คนไทย 26 คน และคนกัมพูชา 5 คน
​ครั้งที่ 3 ประเทศมาเลเซีย​​​​​เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2561
​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 16 คน ​เป็นคนไต้หวัน 5 คน และคนไทย 11 คน
​ครั้งที่ 4 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองดูไบ ​​เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2561
​จับผู้ต้องหา จำนวน 24 คน ​เป็นคนไต้หวัน 1 คน และคนไทย 23 คน
​ครั้งที่ 5 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มณฑลฝูเจี้ยน ​เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561
​จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 คน ​เป็นคนไต้หวัน 1 คน และคนไทย 6 คน
​ครั้งที่ 6 ไต้หวัน เมืองไถ่หนาน ​​​​เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2561
​จับผู้ต้องหา จำนวน 21 คน ​เป็นคนไต้หวันทั้งหมด 21 คน
​ครั้งที่ 7 ประเทศมาเลเซีย​ ​​​​เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561
​จับผู้ต้องหา จำนวน 10 คน ​เป็นคนไต้หวัน 2 คน และคนไทย 8 คน
​​รวมจับกุมผู้ต้องหา ทั้งสิ้น 120 คน ​เป็นคนไต้หวัน 39 คน, คนไทย 74 คน, คนมาเลเซีย 2 คน และคนกัมพูชา 5 คน

Recent Posts