จับกุมนายหน้าชักชวนคนไปทำงานเป็นพนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“จับกุมนายหน้าชักชวนคนไปทำงานเป็นพนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์”
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์
และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.ตร.) ตามคำสั่ง ตร.
ที่ ๗๓๓/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๐ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ได้ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมมา
อย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ชุด ศป.ฉปทน.ตร. ได้เดินทางไปทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กลางกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และได้จับกุมผู้ต้องหาชาวไทย
จำนวน 16 คน และชาวไต้หวัน จำนวน 3 คน นั้น

ต่อมาจากการสืบสวนขยายผล ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งทำหน้าที่จัดหาคนไปทำงาน
เป็นพนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2561 พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2,
พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.บก.น.4, พ.ต.ท.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผกก.สส. บก.น.1,
พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศป.ฉปทน.ตร.
ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ดังนี้
1. น.ส.วนิดา​​เล้าอรุณ​อายุ 35 ปี
2. น.ส.วิวรรณ​​ญาณเรือง​อายุ 52 ปี
3. น.ส.ณัฐดาว​​สุกิมานิล​อายุ 48 ปี
๔. นายสุรัตน์ หรือนก ​เทียนไชย​อายุ ๔๗ ปี
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันมีส่วนร่วม
ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากหัวหน้ากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน ให้จัดหาคนไปทำงานเป็นพนักงาน
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะให้ค่าจ้างในการจัดหาคนจำนวนคนละ 10,000 บาทต่อคน

หมายเหตุ​ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”
อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปีและปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 140,000 บาท
ข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่”
อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 7 ปีปรับไม่เกิน 140,000 บาท
ข้อหา “ร่วมกันเป็นซ่องโจร”
อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
อัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 4-15 ปีปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ถึง 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

Recent Posts