ปฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวบิดเบือน เพื่อทำลายความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและเศรษฐกิจ

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ปฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวบิดเบือน เพื่อทำลายความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและเศรษฐกิจ
ตามนโยบายของรัฐบาล , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท.
พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท. ,พ.ต.อ.ธนดล แก้วอุบล รอง ผบก.ปรก.บก.ปอท.,
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ตามที่มีบุคคลนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยได้มีการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาล
ในเพจ FACEBOOK “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” จำนวน 2 โพสต์ ได้แก่ “ยาเสพติดระบาดหนักในหลายชุมชน
จนท.ทหารหลายพื้นที่ ทำงานเป็นคนดูแลความสงบให้แก่พวกขายยา (กล่าวลอยๆ) โดยทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ ลองดูสิ
เยอะจริงๆ ยกตัวอย่างแถวบ่อนไก่ก็ตำรวจ-ทหารเป็นหูเป็นตาให้ผู้ค้าเองด้วย ป.ป.ส.มาสืบเองก็คงมีข้อมูลแล้ว แต่ก็ไม่ทำอะไร
ประชาชนในชุมชนอยู่กันอย่างหวาดระแวง ลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นประจำ นี่หรือคือยุคที่ คสช.อ้างว่าสงบสุข แต่ยาเสพติด
กลับทะลักเข้ามาทำลายอนาคตของประเทศ” และ “คสช. ตั้งเป้าดูด 300 หัว เพื่อมาสนับสนุนตนเอง และไม่ใช่ดูดธรรมดา
มีการจ่ายเงินค่าดูดและเจรจาพักคดีด้วยทีนี้ ท่านคิดกันเล่นๆดูว่าเงินค่าดูด มาจากไหน? ส่วนเท่าไหร่ จากไหน จากใครบ้าง
ไว้จะเปิดเผยภายหน้า อิอิ” เพื่อนำมาเป็นสื่อกระจายแก่บุคคลต่าง ๆ ซึ่งการดัดแปลงดังกล่าว อาจส่งผลทำให้ประชาชน
ที่ได้รับสื่อเกิดความตื่นตระหนก และหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลจริง จากการสืบสวนทราบว่าเพจ FACEBOOK
“กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” ได้ลงทะเบียนใช้ในชื่อบัญชี “Wanchalearm Satsaksit” จากการสืบสวนทราบว่าคือ
นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 35 ปี มีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านปรากฏในจังหวัดอุบลราชธานี จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าหลบหนี
พักอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าวในความผิดฐาน “นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนก
แก่ประชาชน” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และยังได้มีการดำเนินคดีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความข่าวสาร
อันเป็นเท็จในFACEBOOK อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ ออกหมาย 10 มา 6 ราย
เหลือ 4 ราย

​โดยมีความผิดฐาน “เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อการรักษาความมั่งคงปลอดภัยของประเทศหรือความมั่งคงในทางเศรษฐกิจ
ของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” โทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

Recent Posts
New Server