พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่มีผลงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2561

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่มีผลงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2561

10:30 น. วันที่ 2 ก.ค. 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน โดยมี พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ
ที่ปรึกษา (มค 1)/ผอ.ศพดส.ตร.กล่าวถึงความเป็นมาเป็นมาของโครงการฯ ร่วมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.
พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. และเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากหน่วยงานที่มีผลปฏิบัติการดีเด่นทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
เข้าร่วมพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่มีผลงานด้านการป้องกัน
และปราบปรามการค้ามนุษย์ดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตามที่การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายให้ประเทศไทยปราศจากปัญหาดังกล่าว
และได้รับการยอมรับในเวทีโลก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีภารกิจหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
โดยเฉพาะด้านการดำเนินคดี และบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและเสร็จสิ้นโดยเร็ว และตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ
ที่เห็นว่าไทยร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ได้ประกาศยกระดับประเทศไทยมาอยู่กลุ่มที่ 2 ได้รับการปลดจากเทียร์ 2 เฝ้าระวัง ซึ่งเราแก้ปัญหานี้มาตั้งแต่อยู่ในระดับเทียร์ 3
ถือเป็นลำดับที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีและเป็นความสำเร็จน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ศพดส.ตร. จึงได้จัดโครงการประกวดผลงาน
ผู้ปฏิบัติงานและหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการป้องกันและปราบปราม
การค้ามนุษย์ เพื่อยกย่องสนับสนุนและเผยแพร่ผลงานของผู้ปฏิบัติงาน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
ด้านการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ให้ปรากฏต่อสังคม อาทิ บช.น., บช.ภ.5, บช.ก., บช.ภ.3, บช.ภ.2, บช.ทท.,
สำนักงานคดีค้ามนุษย์ อสส., สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์บ้านนารีสวัสดิ์, บ้านพักเด็กและครอบครัว
กรุงเทพมหานคร, Homeland Security investigation (HSI), Federation Bureau of Investigation (FBI),
โครงการออสเตรเลีย-เอเชียเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ (AAPTIP), NGOs; Hug Project, A21 Foundation,
Zoe-International Foundation, Night Light, The Exodus Road, มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน LPN,
ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลStella Maris

สำหรับการดำเนินการในปี 2561 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงยืดถือการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นการดำเนินการ
ตามนโยบายของรัฐบาลที่เป็นวาระแห่งชาติ ยังคงมีการดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
กับการค้ามนุษย์ซึ่งมีผลการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วจำนวน 56 ราย ทางอาญาศาล ได้พิพากษาลงโทษ 24 ราย
จำคุกสูงสุด ถึง 320 ปี ในคดีแม่ฮ่องสอน , ทางวินัย มีเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว. 25 ราย สำหรับผลการจับกุม
คดีค้ามนุษย์ ในปี 2561 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ในภาพรวม จับกุมแล้ว 147คดี เป็นผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
142 คดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 5 คดี ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มทางเพศ จำนวน 117 คดี , กลุ่มบังคับใช้แรงงาน 25 คดี ,
กลุ่มขอทานจำนวน 4 คดี , ขูดรีด 1 คดี

การเพิ่มความเข้มของตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสวนคดีค้ามนุษย์
ข้ามชาติ ซึ่งเริ่มมีการหลบหนี หลอกลวงคนไทยไปค้ามนุษย์ยังต่างประเทศ และปราบปรามนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาท่องเทียว
เพื่อซื้อประเวณีเด็ก ตลอดจนเครือข่ายต่างชาติที่ เข้ามากระทำความผิดค้ามนุษย์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน มีการดำเนินคดี
ค้ามนุษย์ข้ามชาติแล้ว จำนวน 29 คดี ที่เกี่ยวข้อแบ่งภูมิภาคต่าง เช่น ยุโรป และอเมริกา , เอเชียกลาง เช่น บาเรน โอมาน ,
กลุ่มเอเชียตะวันออก เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น , และประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาตรการเสริมอีกอย่างหนึ่ง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการอยู่ คือการสืบสวนสอบสวนเพื่อลดอุปสงค์ โดยเป็นเรื่องของการจับกุมสื่อลามก
และการล่วงละเมิดทางบนสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจกลายเป็นคดีค้ามนุษย์ออนไลน์ด้วย รัฐบาลก็ได้ตั้งคณะทำงานปราบปราม
การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กบนสื่อออนไลน์ ซึ่งเรียกว่า TICAC ซึ่งทำงานคู่ขนานกับมิตรประเทศในหลายประเทศ
ซึ่งผลการปฏิบัติ ตั้งแต่เริ่มตั้งคณะทำงานในปี 2559 มีผลการดำเนินการและจับกุมจำนวน 104 ราย ซึ่งศาลได้พิพากษาไปแล้ว
30 กว่าคดี เฉพาะปี 2561 ถึง 30 มิถุนายน 2561 จับกุมแล้ว 33 คดี ผู้ต้องหา 35 คน ซึ่งเป็นที่ยอมรับในประชาคมผู้บังคับใช้กฎหมาย
ในภูมิภาคและตอบโจทย์คือเป็นมาตรการลดอุปสงค์ ถือเป็นความพยายามที่จะสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่
ในกระบวนการจัดการปัญหาค้ามนุษย์อย่างยั่งยืนของประเทศไทย

Recent Posts
New Server