ยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 16

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 16 ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว
​​ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว
เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของ
ประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming)
กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่างๆ และยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศ
โดยการอนุญาตสิ้นสุดลง
ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ
​​สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้สนองนโยบายรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานี
ปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม และบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจ
ปราบปรามยาเสพติด, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สน.ห้วยขวาง

โดยมีผลการปฏิบัติ
ที่สำคัญ ดังนี้
​1.ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
จำนวน 71 เป้าหมาย ทั่วประเทศ สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด 62 ราย มีรายละเอียด ดังนี้
​​1) จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต”
จำนวน 10 ราย (สัญชาติลาว 3 ราย, อินเดีย 3 ราย, มอลโดวา 2 ราย, ปากีสถาน 1 ราย, เวียดนาม 1 ราย)
อันดับที่ 1 Mrs.Rubeka Gill อายุ 25​​​​ปากีสถาน 1,239 วัน​(ภูเก็ต)
อันดับที่ 2 Mr.Md Mansur อายุ 22 ปี​​​​อินเดีย 802 วัน​(ภูเก็ต)
อันดับที่ 3 นายโรสาร ซาฮี อายุ 27 ปี​​​​อินเดีย 488 วัน​(ประจวบคีรีขันธ์)
อันดับที่ 4 Mr.Brijesh Yadav อายุ 32 ปี​​​อินเดีย 370 วัน​(กาญจนบุรี)
อันดับที่ 5 นายสุย อายุ 20 ปี​​​​​ลาว 256 วัน​​(ขอนแก่น)

​​2) จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
จำนวน 43 ราย (สัญชาติลาว 15 ราย, กัมพูชา 15 ราย, เมียนมา 6 ราย, อินเดีย 3 ราย, ไนจีเรีย 2 ราย, อัฟกานิสถาน 1 ราย,
มาเลเซีย 1 ราย)
​​3) จับกุมข้อหาอื่นๆ
จำนวน 9 ราย (สัญชาติไทย 6 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย, ลาว 1 ราย, เวียดนาม 1 ราย)
​ในการตรวจสอบครั้งนี้ ได้ทำการตรวจสอบเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 71 เป้าหมาย แบ่งเป็นเป้าหมาย
โรงเรียนนานาชาติ 2 เป้าหมาย, สถาบันสอนภาษา 4 เป้าหมาย, โรงเรียนสามัญ 18 เป้าหมาย, เป้าหมายอื่นๆ จำนวน 47 เป้าหมาย
​รวมยุทธการ 30 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 3,870 เป้าหมาย จับกุมผู้กระทำความผิดได้
ทั้งหมด 1,579 ราย

ผลการจับกุมเพิ่มเติม ​​​ชาวต่างชาติผู้เป็นภัยต่อสังคม
​​เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ทท. ได้ควบคุมตัวชายชาวไนจีเรีย ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับขบวนการใช้ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น
​​พฤติการณ์ในการจับกุม กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ได้สืบทราบว่า นายอาเดบูลู เบนเนท โอโมทาโย่
( Mr.Adebulu Bennet Omotayo ) อายุ 38 ปี สัญชาติไนจีเรีย
หนังสือเดินทางเลขที่ A50212756 พักอาศัยอยู่ห้องพักเลขที่ 3/113 ชั้น 4 อาคาร B2 อาคารชุดลุมพินีวิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ
ซ.อ่อนนุช 55 ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้อง
กับขบวนการใช้ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น จึงได้นำหมายศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.67/2561 ลงวันที่ 2 ก.ค. 2561
เข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบข้อมูลบัตรเครดิตของชาวต่างชาติจำนวนมาก อยู่ภายในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและแฟลชไดว์
ของนายอาเดบูลูฯ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวนายอาเดบูลูฯ ส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเพิกถอนวีซ่า
และผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติม
​​จากการตรวจสอบ นายอาเดบูลู เบนเนท โอโมทาโย่ ( Mr.Adebulu Bennet Omotayo ) ถือวีซ่าประเภทธุรกิจ และมีใบอนุญาต
ทำงานตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท อากิน-โอลู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของนายอาเดบูลูฯ ประกอบธุรกิจ
เกี่ยวกับการขายส่งเสื้อผ้า

Recent Posts
New Server