ยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ มอบโฉนดที่ดินจำนวน 26โฉนดซึ่งเป็นเนื้อที่ 68 ไร่ 1 งาน มูลค่า 21 ล้านบาท ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 22 ราย

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่5 ก.ค. พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.ภ.4
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.)
พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ รองผบช.สกบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2,พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ธนรัช รุ่งโรจน์ดี ผกก.2 บก.ปคบ.,
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หน.ฝ่ายข่าวกองกำลังรส.ขอนแก่น
พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย รองผกก.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1
นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานปปง. ได้ร่วมกันเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงิน
โดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4

พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อที่จะรองรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการกู้เงิน
จากนายทุนหนี้นอกระบบที่ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเจรจาระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้
เพื่อเป็นแก้ไขปัญหาการกู้ยืมเงินที่ถูกต้องแก้ไจการกู้ยืมหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญ โดยศูนย์แห่งนี้
จะเป็นโมเดลต้นแบบ และจะขยายครอบคลุมไปทั้ง 12 จังหวัดทั่วพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

จากนั้นพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.ภ.4
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ รองผบช.สกบ. ได้สนธิกำลังสำนักงานปปง.พิสูจน์หลักฐาน
เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองกว่า 160 นาย นำหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่นปิดล้อมตรวจค้น 2 จุด ตามยุทธการ
ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ
หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าถูกนายทุนเงินกู้รายใหญ่ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทางรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
ได้สั่งการให้ปราบปรามขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบที่มีการเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ทำนิติกรรมอำพราง
ใช้ล่องว่างของกฏหมายในการบุกรุกยึดที่ดินของชาวบ้าน สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก โดยเมื่อสัปดาห์
ที่ผ่านมาได้ดำเนินการปราบปรามออกหมายจับดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนนอกระบบ 5 ราย พร้อมกันนี้ได้ตั้งวอร์รูมรับเรื่องร้องเรียน
ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการทำธุรกรรมกับนายทุนดังกล่าว สามารถมาแจ้งความได้
โดยในวันนี้ทางคณะทำงาน สำนักงานปปง ยุติธรรมจังหวัด กรมที่ดินและศูนย์ดำรงธรรมได้ร่วมพิจารณาเพื่อที่จะทำการคืนโฉนด
เพื่อเป็นการเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 22 รายโฉนดที่ดินจำนวน 26 โฉนดซึ่งเป็นเนื้อที่ 68 ไร่ 1 งาน
มูลค่ากว่า 21 ล้านบาท

โดยจุดที่ทำการตรวจค้นครั้งนี้เป็นบ้านเลขที่45/21 ม.16 ซ.เทพผาสุก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งมาจากการขยายผล
จากการจับกุมน.ส.สาวิตรี มามุก ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปแล้ว โดยครั้งนี้จับกุมผู้ต้องหา 3 รายคือ นายเสถียร​มามุข​ตาม ผู้ต้องหา
ตามหมายจับศาลอาญาที่ 216/2561 ,นางพันธ์ทอง ​มามุข​ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 217/2561 ,
3.นายสาธิต​ มามุข​ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 219/2561 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นยืมเงิน
โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4อัตราโทษจำคุก
ไม่เกิน 2ปี ปรับไม่เกิน 2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม
หลังพบว่าครอบครัวของน.ส.สาวิตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด จากแนวทาง
การสืบสวนพบว่ามีการทำธุรกิจในลักษณะปล่อยกู้มาตั้งแต่ปี 2532 โดยอาศัยความที่เคยเป็นทนายความใช้ช่องว่างของกฏหมาย
ดำเนินการสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยในวันนี้ได้ทำการยึดอายัดทรัพย์เป็นบ้านที่ดินรถยนต์มูลค่ารวมกว่า 26ล้านบาท นอกจากนี้
ได้ทำการออกหมายเรียกอดีตผู้พิพากษาสมทบจังหวัดขอนแก่น และพวกรวม 2 ราย ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัด
ขอนแก่นเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา หลังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่ามีพฤติกรรมเป็นนายทุนเงินกู้
ปล่อยดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามในเรื่องของการปราบปรามเงินกู้นอกระบบจะนำในส่วนของมาตรการ
การยึดทรัพย์ควบคู่กับมาตรการทางภาษีมาบังคับใช้ ซื้อฝากประชาสัมพันธ์เตือนภัยยังนายทุนที่ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
กับประชาชนขอให้หยุดพฤติกรรมเหล่านี้เนื่องจากว่าทางเจ้าที่ได้รับเรื่องราวร้องเรียนเป็นจำนวนมากหาไม่หยุดการกระทำดังกล่าว
จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ดีทางนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเน้นย้ำให้ปราบปราม
ขบวนการเงินกู้นอกระบบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานที่พบว่ามีปริมาณการร้องเรียนมากที่สุดพร้อมกับให้ความเป็นธรรม
กับเจ้าหนี้และลูกหนี้ทุกรายโดยเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

ด้านนายพีระพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของ ปปง. จะบังคับใช้กฎหมาย ปปง. อย่างเด็ดขาด เพื่อขุดรากถอนโคนการกระทำความผิด
ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ โดยในส่วนมาตรการยึดอายัดทรัพย์ ตาม กฏหมาย ปปง. จะติดตาม
ยึดอายัดทรัพย์ของผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะถูกจำหน่ายจ่ายโอนหรือเอาไปหลบอยู่กับบุคคลใด จะเป็นพ่อแม่ลูกหลานญาติพี่น้อง
ปปง. จะยึดอายัดทรัพย์เหล่านั้นให้ตกเป็นของแผ่นดินหรือหากมีผู้เสียหายที่ต้องดำเนินการคุ้มครองสิทธิตามมาตรา 49วรรคท้าย
ปปง. ก็จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเฉลี่ยคืนทรัพย์แก่ผู้เสียหายในชั้นการพิจารณาของศาล นอกจากนี้ ทรัพย์ที่ได้
จากการกระทำความผิดของผู้ต้องหาที่ถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปยังญาติพี่น้องหรือไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลใด
บุคคลนั้นอาจเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
ดังนั้นที่ผู้กระทำความผิดเคยมีความคิดว่าตนเองกระทำความผิดแล้วได้ทรัพย์สินจากการกระทำความผิดมา แม้ตนเอง
จะถูกดำเนินคดีอาญาหรือต้องถูกจำคุก พ่อแม่ลูกหลานญาติพี่น้องก็ยังจะมีเงินมีทองนั้นไว้ใช้นั้น จึงไม่เป็นความจริง
เพราะนอกจากจะถูก ปปง. ติดตามยึดอายัดทรัพย์ดังกล่าวทั้งหมดแล้ว ยังจะถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินซึ่งมีโทษหนักอีกด้วย
อย่างไรก็ตามทาง ปปง. จะร่วมกับทางตำรวจในการขยายผลพร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามกฏหมาย ปปง.
อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สอดคล้องกับนโยบายของพลตำรวจตรีรมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.
ที่ให้นโยบายดำเนินการเชิงรุกอีกด้วย

ต่อมาเวลา 13.30น. ได้มีการมอบโฉนดที่ดินจำนวน 26โฉนดซึ่งเป็นเนื้อที่ 68 ไร่ 1 งาน มูลค่า 21 ล้านบาท
ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมจำนวน 22 ราย โดย นางอารีย์ แฝงฤทธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกหนี้
ที่ได้รับการเยียวยา เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่วันนี้ได้รับโฉนดที่ดินคืนรักขอขอบคุณทางรัฐบาลตำรวจภูธรภาคสี่ผู้ว่าราชการจังหวัด
รวมถึงทีมงานของพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาลที่เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและเป็นสื่อกลาง
ในการเป็นทำหน้าที่เจรจาประนีประนอมหนี้ระหว่างตัวเจ้าหนี้กับลูกหนี้ โดยส่วนตัวมองว่าเดินมาถูกทางถือเป็นการให้ชีวิตใหม่
กับประชาชน

Recent Posts