ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน สวมบัตรประชาชนคนไทย เปิดบริษัทนำเที่ยว

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน สวมบัตรประชาชนคนไทย เปิดบริษัทนำเที่ยว
​​
ด้วยปัจจุบันได้มีบุคคลต่างชาติ เข้ามาสวมบัตรประชาชนคนไทย หรือแจ้งทำบัตรประชาชนโดยแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ
เพื่อให้ได้มาซึ่งบัตรประชาชนคนไทยและสิทธิตามกฎหมาย แล้วมาประกอบธุรกิจต่างๆ ในราชอาณาจักรไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจนำเที่ยว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ได้สั่งการให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สืบทราบว่า นายเจิ้ง กุ่ยฮัว (MR.ZENG GUIHUA) หมายเลขหนังสือเดินทาง EB 506xxxx สัญชาติจีน อายุ 49 ปี มีพฤติการณ์
สวมบัตรประชาชนของ นายพะจคา สิงขรผล ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 เรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน โดยมี น.ส.ชัญญ์ชญา แซ่จี๋ (ภริยา)
เป็นผู้รับรองในการสวมบัตรประชาชนดังกล่าว และร่วมกับภริยาประกอบธุรกิจนำเที่ยว
จึงเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับ และได้เข้าจับกุมตัว ดังนี้

นายเจิ้ง กุ่ยฮัว (MR.ZENG GUIHUA) หมายเลขหนังสือเดินทาง EB 506xxxx สัญชาติจีน ตามหมายหมายจับศาลอาญา
ที่ 1473/2561 ลง 2 ก.ค. ๖๑ ซึ่งมีความผิดฐาน “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย
แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์
สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนฯ” (สวมบัตรประชาชนของผู้อื่น)
จับกุมเมื่อ 4 ก.ค. 61

และ น.ส.ชัญญ์ชญา แซ่จี๋ เลขประจำตัวประชาชน 8 5701 8405x xx x ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1477/2561 ลง 3 ก.ค. 61
ในฐานความผิด “เป็นผู้ใช้หรือสนับสนุนให้ผู้มิได้มีสัญชาติไทยยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐาน
อันเป็นเท็จ หรือปกปิดความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ” จับกุมเมื่อ 5 ก.ค. 61
โดย น.ส.ชัญญ์ชญาฯ เป็นกรรมการ จำนวน 3 บริษัท คือ
1) ตรวจยึดเอกสารการนำเที่ยวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ บริษัท นิวฟู่หัวทัวร์ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด​จดทะเบียน 25 ก.พ. 57
2) บริษัท ฟู่หวา แทรเวล จำกัด​​​จดทะเบียน 17 ก.พ. 47
3) บริษัท ฮวง เฉียว ทัวร์ จำกัด​​​จดทะเบียน 1 มิ.ย. 47
และเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 61 ได้ดำเนินการนำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจบริษัทดังกล่าวร่วมกับ กรมท่องเที่ยว / สรรพากร /
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าตรวจสอบบริษัททั้ง 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่เดียวกัน เลขที่ 41 ซอยสุจริต 1 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ
ฐานความผิด นายเจิ้ง กุ่ยฮัว (MR.ZENG GUIHUA)
1. ป.อาญา มาตรา 137 ผู้ใด “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ แก่เจ้าพนักงาน ซึ่ง อาจทำให้ ผู้อื่น หรือ ประชาชน เสียหาย
ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
2. ป.อาญา มาตรา 267 “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย
แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์
สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี
หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
3. ป.อาญา มาตรา 268 “ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
4. พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน มาตรา 14 “ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ
หรือปกปิดความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และใช้หรือแสดงบัตรประชาชนอันได้มาหรือเกิดจากการกระทำผิด ต้องระวางโทษ
จำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ฐานความผิด น.ส.ชัญญ์ชญา แซ่จี๋ (ภริยา)
1.ป.อาญา มาตรา 84 (ผู้ใช้) “ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริม
หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด​​​​ ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้นผู้ใช้ต้อง รับโทษเสมือนเป็นตัวการ
ถ้าความผิดมิได้กระทำลงไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำหรือเหตุอื่นใดผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่ง
ในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น”
2. ป.อาญา มาตรา 86 (ผู้สนับสนุน) “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่น
กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิดแม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตามผู้นั้น
เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้ สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น”

ที่มา : กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

Recent Posts
New Server