ความคืบหน้าเหตุสลด ทีเรือท่องเที่ยวฟีนิกซ์ล่มในจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก ล่าสุด

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ความคืบหน้าเหตุสลด ทีเรือท่องเที่ยวฟีนิกซ์ล่มในจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต
และสูญหายจำนวนมาก ล่าสุด รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ออกมายืนยันว่า มีหลักฐานในการเอาผิดกับบริษัทนอมินี
ที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว โดยมีความเชื่อมโยงกับบริษัทท่าลี่ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว

พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญและบริษัทนอมินีข้ามชาติอย่างจริงจัง เนื่องจากมีกลุ่มนายทุน
ที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทยเองมาจ้างให้คนไทยเป็นเจ้าของบริษัท และมีการนำไกด์ที่ไม่ใช่คนไทย หรือไกด์เถื่อน
และโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตมารองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเรามีหลักฐานว่า มีคนไทยบางคนที่เคยเป็นลูกจ้าง รับเงินเดือน
หลักหมื่นบาท แต่พอเดือนที่ผ่านมากลับมีเงินจำนวนหลักร้อยล้านพันล้านมาจดทะเบียนเป็นเจ้าของบริษัทเรือยอร์ช
ซึ่งบ่งชี้ว่า เป็นนอมีนีของกลุ่มมิจฉาชีพชัดเจน
ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าของบริษัทเลซี่แคท อยู่ที่ห้องกักตัวของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
ที่ภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งทำการเพิกถอนวีซ่าในข้อหาร่วมกันโดยประมาท ซึ่งไม่ได้แจ้งข้อหาแค่กัปตันที่ทำหน้าที่ขับเรือเท่านั้น
นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัทที่ประสบเหตุครั้งนี้มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทท่าลี่ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีไปแล้ว
รวมถึงการต่อเรือที่ใช้นำเที่ยวว่าถูกต้องหรือไม่

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
(จากการตรวจสอบพบว่า มีบริษัทที่เป็นนอมีนีจำนวน 11-12 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งพังงา ภูเก็ต โดยมีข้อมูลยืนยันจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตได้ส่งเข้ามาให้กับทางเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมด้วย ซึ่งในวันที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นไม่มีผู้ประกอบการคนไทยรายใดออกเรือเลย / แต่บริษัทนอมีนีกลับมีการออกเรือ เนื่องจากมีการสั่งการจากต่างประเทศ)

ขณะที่การตรวจสอบด้านเส้นทางการเงินของบริษัทเหล่านี้ ตำรวจจะทำการตรวจสอบทุกขั้นตอน ทั้งการตรวจสอบภาษี ที่มาของเงินทุนบริษัท รวมถึงการยืนยันตัวของเจ้าของบริษัท ซึ่งตำรวจจะทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมเจ้าท่า ในการตรวจสอบด้านภาษีย้อนหลังอย่างละเอียด ขอยืนยันว่าตำรวจจะปราบปรามบริษัทลักษณะนี้ให้หมดไปจากประเทศ และจะต้องไม่มีที่ยืนให้กับบริษัทนอมินีอีกด้วย
นอกจากนี้ ตนเองจะเดินทางไปที่ภูเก็ตเพื่อพูดคุยกับกรมเจ้าท่า กรมสรรพากร ในการดำเนินคดีต่อไป โดยจะใช้ยาแรงจัดการทุกรูปแบบ โดยใช้วิธีการตรวจสอบภาษีของบริษัทเป้าหมายร่วมกับ ปปง. ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบจากการเสียภาษีในแต่ละปีของบริษัทว่ามีจำนวนเท่าไหร่ / รวมถึงจะมีการตรวจสอบด้วยว่า หากมีเจ้าหน้าที่รัฐรายใดเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเอาผิดเต็มที่ ขณะที่ทางการจีน ได้ขอบคุณประเทศไทยในการช่วยเหลือทุกอย่าง พร้อมกำชับให้ไทยช่วยปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญให้หมดสิ้นด้วย
สำหรับบริษัทท่าลี่ หลังจากที่ได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว ศาลมีคำสั่งให้ยึดเงินไปจำนวน 200 กว่าล้านแล้ว รวมถึงเรือ 35 ลำ โรงแรมบนเกาะ 1 หลัง รถยนต์ 117 คัน โดยบริษัทท่าลี่มีบริษัทในเครือข่าย 15 บริษัท ซึ่งไม่รวมกับ 2 บริษัทที่เกิดเหตุขึ้นใหม่

Recent Posts
New Server