แถลงข่าวผลการสรุปผลการปฎิบัติการตรวจสอบเครือข่ายบริษัทนำเที่ยวที่มีคนไทยเป็นนอมินี

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ก.ค. พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานปปง. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.
พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ รองผบช.สกบ. พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท3 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รองผบก.ปอศ พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ
พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานปปง.
สนธิกำลังกว่า 238 นายปูพรมตรวจค้น 11 จุดเข้าตรวจสอบเครือข่ายบริษัทนำเที่ยวที่มีคนไทยเป็นนอมินี

โดยจุดแรกนำกำลังเข้าตรวจค้นเลขที่41/2 ม.5 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานปัจจุบันของบริษัท ทีซี บลูดรีม
จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรือฟีนิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง ที่อัปปางกลางทะเล โดยที่เกิดเหตุเป็นลักษณะบ้าน 1 ชั้น จากการตรวจค้นพบ
เอกสารจำพวกใบเสียภาษี ค่าใช้จ่ายและสเตทเม้นท์ปี 2560 จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบข้อมูลการติดต่อแชทข้อความ
ซึ่งทาง ปปง. มองว่ามีลักษณะคล้ายกับการติดต่อโอนเงินไปยังนายทุนต่างประเทศ คล้ายกับคดีทัวร์ศูนย์เหรียญเมื่อปี 2558
ที่บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล จำกัด มีการโอนเงินให้กับนายทุนสัญชาติจีน ที่ใช้บัตรประชาชนปลอมในการประกอบกิจการในไทย
จึงได้รวบรวมเอกาารทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ

จากการสอบถามเจ้าของบ้านให้การว่า บ้านดังกล่าวทางน.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล หรือยุ้ย ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัททีซี บลูดรีม จำกัด
และประกอบกิจการเรือฟินิกซ์ได้ติดต่อมาเพื่อขอเช่าเพื่อทำสำนักงาน โดยย้ายเอกสารโต๊ะทำงานมาเก็บไว้ที่นี่
แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่า ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเรือฟินิกส์ล่มก็ยังไม่ได้มีการติดต่อมาแต่อย่างใด

จุดที่สองเป็นทาวน์โฮมสูง 3 ชั้นเลขที่ 104/2 ม.7 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเลซี่แคท ทราเวล จำกัด
จากการตรวจค้นบริเวณชั้นล่างพบเสื้อชูชีพ อุปกรณ์ดำน้ำ กล้องถ่ายรูปใต้น้ำ โฟมสำหรับลอยตัว ผ้าใบสำหรับปูหาดทราย
ลิสแบรนด์ ห่วงยาง ของเล่นเด็ก จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบเอกสารการทำธุรกรรมระบุชื่อนายอาหว่า แซ่ยับ รวมทั้งเอกสาร
การขอเช่าอาคารที่มีผู้ดำเนินการเป็นคนสัญชาติจีนชื่ออาพั้ง จึงได้ยึดไว้เพื่อทำการตรวจสอบ โดยเบื้องต้นพบว่าของกลาง
ที่พบมีการสั่งนำเข้ามาจากประเทศจีน โดยส่งตรงมาให้กับนายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือเฮียช้าง ซึ่งมีการหลีกเลี่ยงภาษี
จากนั้นได้นำกำลังไปตรวจค้นวอลเตอร์ บีช คลับ Water beach club บริเวณหาดนุ้ย ซ.แหลมมุมนอก ต.กระรน อ.เมืองภูเก็ต
จ.ภูเก็ต ซึ่งมีชื่อของนายสิงหา เพ็งแก้ว เป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกสร้างสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายรีสอร์ท
และฝายกั้นน้ำ รวมทั้งท่าเรือ และอยู่ระหว่างการสร้างสปาขัดผิว เนื้อที่กว่า 18 ไร่
เบื้องต้นพบว่ามีการบุกรุกที่ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติหลายจุด

ต่อมาได้นำกำลังไปตรวจสอบที่อู่ต่อเรือคานเรือสิกิจโดยได้นำผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือจากภาคเอกชนไปทำการตรวจสอบ
พร้อมกับได้สอบถามข้อมูลการต่อเรือจากนายช่างรายหนึ่ง ที่รับต่อเรือฟินิกส์ ไดร์ฟวิ่ง เบื้องต้นพบว่าการต่อเรือฟินิกส์
ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากมีการใช้วัตถุดิบที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมาใช้ในการต่อเรือ เช่น เครื่องยนต์จากรถบรรทุก 10 ล้อ
กระจกพลาสติก PVC กำแพงประกอบจากไม้อัด และระบบระบายน้ำขังที่มีเครื่องมือระบายน้ำขนาดเล็กกว่ามาตรฐานเกือบเท่าตัว
นอกจากนี้ยังไปดูเรืออีกลำหนึ่ง ที่มีข้อมูลว่าเป็นเรือแฝดของเรือฟินิกส์ ไดร์ฟวิ่ง ที่อยู่ระหว่างการต่อเติมเรือ พบมีการประกอบ
ในลักษณะคล้ายคลึงกับคำให้การของนายช่างเรือด้วย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้บูรณาการหลายหน่วยงานทั้งกรมสรรพากร กรมศุลกากร ปปง. บก.ปอศ กรมเจ้าท่า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าตรวจสอบ 11 จุดในพื้นที่จ.ภูเก็ต จากการตรวจค้นพบเอกสารความเชื่อมโยงกับการประกอบธุรกิจ
ในลักษณะมีคนไทยเป็นนอมินีหลายจุด โดยเฉพาะจุดที่ตั้งของบริษัทเลซี่แคท ทราเวล จำกัด พบว่ามีการเก็บอุปกรณ์ดำน้ำ
เสื้อชูชีพที่ไม่ได้มาตฐาน เช่นเดียวกันเมื่อตรวจสอบหนังสือบริคณห์สนธิบริษัทดังกล่าวพบว่ามีคนไทยเป็นกรรมการบริษัท
แต่มีการให้คนจีนมาทำธุรกรรมเช่าอาคารดังกล่าวเพื่อใช้เป็นที่ทำการและเก็บสิ่งของ โดยของกลางที่ตรวจยึดได้เมื่อตรวจสอบ
พบว่าเป็นของหนีภาษีนำเข้า และไม่ได้คุณภาพ โดยเฉพาะเสื้อชูชีพก็ไม่มีมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากมอก. อีกทั้งมีการแสดงว่า
มีฐานการผลิตที่จ.นครราชสีมา แต่ข้อเท็จจริงผลิตที่จ.ลพบุรี ในส่วนนี้เท่ากับมีการสำแดงแหล่งที่มาที่ไม่ถูกต้อง
และไม่มีการติดฉลาก อย่างไรก็ตามในจุดนี้พบความผิดหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าซึ่งเป็นมูลฐานความผิดฟอกเงิน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการ
ให้ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่เชิญตัวหญิงชาวไทย 2 รายที่ปรากฏรายชื่อเป็นกรรมการของบริษัทเลซี่แคทมาทำการสอบปากคำ
ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีสถานะเป็นเพียงลูกจ้างเท่านั้น

ขณะที่การตรวสอบที่ทำการของบริษัททีซี บลูดรีม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรือฟีนิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง พบว่ามีการตั้งที่ทำการ
ชั่วคราวไม่ได้มีการสร้างแบบถาวรเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามีการกระทำคล้ายนอมินี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทาง
กรมสรรพากร เช่นเดียวกับวอลเตอร์ บีช คลับ พบว่ามีการบุกรุกที่ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติหลายจุดจากการตรวจสอบ
พบว่าที่ดินบริเวณดังกล่าว อดีตเป็นพื้นที่ป่าสงวน ต่อมาได้จัดสรรให้เป็นที่สปก. แต่พบว่าถูกยื่นขอเป็นพื้นที่ นส.3
และมีการฟ้องร้องดำเนินคดี จนศาลฎีกาเพิกถอนโฉนดที่ดินนส3ป
ให้กลับไปเป็นสภาพพื้นที่ สปก. อีกครั้งเมื่อปี 2557 ขณะที่บาร์ดังกล่าว ถูกสร้างในปี 2559 เข้าข่ายเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน
ชัดเจน นอกจากนี้จากลักษณะการก่อสร้าง พบมีลักษณะยื่นลงไปพื้นที่ชายทะเล ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ผู้ที่ถือครองเป็นเจ้าของคือ นายช้าง ซึ่งเป็นอดีตผู้จัดการ
บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล จำกัด และพบความเชื่อมโยงกับบริษัท เลซี่แคท ทราเวล จำกัด อีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับภารกิจหลัก
ในวันนี้คือการค้นหาพยานหลักฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคล มาพิจารณาดำเนินคดี
ในความผิดที่เกี่ยวข้อง เช่น เลี่ยงภาษีนำเข้าศุลกากร สมาชิกการเป็นอั้งยี่ / หลีกเลี่ยงภาษี หรือฉ้อโกงภาษี การบุกรุกที่ป่าสงวน
ซึ่งหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการบังคับใช้กฏหมายทันที

ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานปปง. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.
พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ รองผบช.สกบ. พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท3 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รองผบก.ปอศ พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ
พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานปปง.
แถลงข่าวผลการสรุปผลการปฎิบัติ โดยยึดเอกสารการประกอบธุรกิจ 33 ชุด ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจำนวน 9 เครื่อง
ตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 3 เครื่อง สินค้านำเข้าโดยการเลี่ยงภาษีศุลกากรจำนวน 50 รายการกว่า 1000 ชิ้น
ตรวจยึดเสื้อชูชีพไม่ได้มาตรฐานจำนวน 21 ตัวตรวจยึดวิทยุเครื่องบอกพิกัดเรือหนึ่งเครื่อง พร้อมกันนี้ได้จับกุมผู้ต้องหาสองรายคือ
นายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือเฮียช้าง และนายพั้ง (ชาวจีน) ในฐานความผิดบุกรุกป่าสงวนและลุกล้ำป่าชายเลน
และซื้อหรือรับไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษี ของต้องห้ามต้องจำกัดหรือของ
ที่ไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องอันมีเจตนาฉ้อภาษีของรัฐและซื้อหรือมีไว้ครอบครองสุราที่รู้ว่าต้องปิดแสตมป์สุรา
แต่มิได้ปิดแสตมป์สุราไม่ครบถ้วนและเงินไขที่กำหนดตามกฎกระทรวงอันเป็นความผิดตามพรบ.ศุลกากร

Recent Posts