ตำรวจจับ 21 ผู้ต้องหา เปิดบริษัทชี้ชวนลงทุน ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ พบมีสมาชิกเกือบ 500,000 คน คาดเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาท

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ด้วยศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับความเสียหาย
จาก ผู้ประกอบการ เครือ OD Capital จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า OD Capital ดำเนินการในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้ง หรือ ประกอบการในลักษณะนำเงินไปลงทุน
ในบริษัทหรือกิจการอื่นๆ โดยผู้ประกอบการจะระดมเงินทุนมาจากประชาชนทั่วไป โดยเข้าติดต่อชักชวน หรือมีการโฆษณาเผยแพร่
ทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่าเมื่อนำเงินมาลงทุนกับ OD Capital แล้ว จะได้รับผลตอบแทน 10 % ของเงินลงทุน นอกจากนี้
หากสามารถชักชวนคนมาร่วมลงทุนได้ จะได้ผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิสชั่น เพิ่มเติมอีก จากการตรวจสอบพบว่า OD Capital
ไม่ได้มีการจดทะเบียนพานิชยกิจ ในประเทศไทย ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจาก กลต. และ สคบ.
พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล
ศาลอนุมัติหมายจับให้จับกุมตัว นายชินวัตร น้อยวัน กับพวก รวม 32 คน ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงิน
ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน”
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่
ตำรวจกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ร่วมบูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ ปปง. เข้าปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 15 จุด
เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ

สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ จำนวน 22 ราย โดยผู้ต้องหา อีก 8 ราย ยังอยู่ต่างประเทศ อีก 2 รายอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม
พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๔[๔] ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชน
หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปว่า ในการกู้ยืมเงิน ตนหรือบุคคลใดจะจ่ายหรืออาจ
จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงิน ในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมาย
ว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นจะนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงิน
รายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน หรือโดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบ
กิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ และในการนั้นเป็นเหตุให้ตน
หรือบุคคลใดได้กู้ยืมเงินไปผู้นั้นกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มาตรา ๑๒ ผู้ใดกระทำความผิด
ตามมาตรา ๔ หรือมาตรา ๕ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีก
ไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

 

โดยแก๊งนี้มีนายชินวัตร น้อยวัน เป็นหัวหน้าทีมรวบรวมพรรคพวกอีก 32 คนเปิดบริษัทที่ชวนลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่
ซึ่งตำรวจพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีนับ 10,000 ล้านบาท จากสมาชิกที่มีอยู่กว่า 500,000 คนในนาม OD Capital

บริษัทดังกล่าวดำเนินการในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้ง หรือ ประกอบการในลักษณะนำเงินไปลงทุนในบริษัทหรือกิจการอื่นๆ
โดยผู้ประกอบการจะระดมเงินทุนมาจากประชาชนทั่วไป โดยเข้าติดต่อชักชวน หรือมีการโฆษณาเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์
ว่าเมื่อนำเงินมาลงทุนกับ OD Capital แล้ว จะได้รับผลตอบแทน 10 % ของเงินลงทุน นอกจากนี้หากสามารถชักชวนคน
มาร่วมลงทุนได้ จะได้ผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิสชั่น เพิ่มเติมอีก

จากการตรวจสอบพบว่า OD Capital ไม่ได้มีการจดทะเบียนพานิชยกิจ ในประเทศไทย ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจาก กลต.
และ สคบ.พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ
จากศาล

โดยศาลอนุมัติหมายจับให้จับกุมตัว นายชินวัตร น้อยวัน กับพวก รวม 32 คน ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงิน
ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน”

ตำรวจจึงได้เข้าปิดล้อมตรวจค้น 15 จุด เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ จำนวน 22 ราย
โดยผู้ต้องหา อีก 8 ราย ยังอยู่ต่างประเทศ อีก 2 รายอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวบอกว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำผิดเข้าข่ายผิด พระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน
ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๗ มาตรา ๔[๔] มีความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีโทษจำคุก 5-10 ปี
และเป็นความผิดมูลฐานเข้าข่ายการฟอกเงินที่ต้องถูกยึดทรัพย์

Recent Posts