บุกทลายแก๊ง CALL CENTER ภูเก็ต

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

บุกทลายแก๊ง CALL CENTER ภูเก็ต ๑๘ ก.ค.๖๑
ภายใต้นโยบาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์
และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.หัวหน้าชุดปฏิบัติการ
ประจำศูนย์ฯ ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเมืองจี๋หลิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบ
อย่างหนักจากแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ ถึงขนาดมีผู้เสียหายฆ่าตัวตาย จึงเดินทางมาประสานความร่วมมือกับ ศปอส.ตร.
พล.ต.อ. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ จึงมอบหมาย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ดำเนินการสืบสวนติดตาม
จากการสืบสวนในกรณีดังกล่าวทราบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ได้เปิดเป็นศูนย์ปฏิบัติการตั้งอยู่กลางใจเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
มีคนจีนหลายรายเป็นพนักงานโทรศัพท์และมีคนจีนด้วยกันเป็นหัวหน้าควบคุม

และในวันนี้ (18 ก.ค.2561) เวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ
พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท.,
พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.บช.น.,พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ.,
พ.ต.ต.เอกชัย ศิริ สว.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3,เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองจี๋หลินของจีน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.6,
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง นำกำลังพล จำนวนทั้งสิ้น ๘๐ คน ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นแก๊งดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น ๔ จุด
และขยายผลเพิ่มเติมอีก ๒ จุด

มีรายละเอียด ดังนี้
​ตรวจพบชาวไทยจำนวน ๒ คน และพบชาวจีน จำนวน ๒๒ คน,ชาวเมียนมาร์ จำนวน ๑ คน รวมตรวจพบจำนวนทั้งสิ้น ๒๕ คน
จับกุม“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Over Stay)” จำนวน ๕ คน(สัญชาติจีน)
จับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน ๑ คนสัญชาติเมียนมาร์
และตรวจยึดทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
​​๑.เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค​จำนวน​​๘ ​เครื่อง
​​๒.เราท์เตอร์ ไวไฟ ​​จำนวน​ ​๔​เครื่อง
​​๓.โทรศัพท์มือถือ​​จำนวน​​๑๕๐ ​เครื่อง
​​๔. I pad​​​จำนวน​​๔​เครื่อง
​​๕.เครื่องนับเงิน​​​จำนวน​​๑​เครื่อง
​​๖.บัตรเครดิต​​​จำนวน​​๑๓๕​ใบ
​​๗.บัตรเอทีเอ็ม​​​จำนวน​​๖ ​ใบ
​​๘.ซิมโทรศัพท์มือถือ​​จำนวน​​๕๒​ใบ
​​๙.เงินสดสกุลไทย​​จำนวน​​๑๓,๕๖๘,๕๗๐​บาท
​​๑๐.เงินสดสกุลจีน​​จำนวน​​๓,๘๐๐​​หยวน
​​๑๑.รถเก๋งยี่ห้อ Mercedez Benz CLA ๒๐๐ ป้ายแดงทะเบียน ง ๓๗๑๕ กทม. จำนวน ๑ คัน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า สำหรับการเข้าตรวจสอบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต
ครั้งนี้ถือว่าเป็นศูนย์ปฏิบัติการที่มีขนาดใหญ่ เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศและเป็นเครือข่ายซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จะได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อปราบปรามต่อไป
**************************

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 ก.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ.(ศปอส.ตร) , พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2
พ.ต.อ.โอฬาร เอี่ยมประพาส รองผบก.ทท.3 พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1
พ.ต.ต.เอกชัย ศิริ สว.ส.ทท . 1 กก.2บก.ทท .3 สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้น 9 จุด ในจังหวัดภูเก็ต หลังสืบทราบว่า
ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการคอลเซ็นเตอร์
โดยจุดที่น่าสนใจในพื้นที่จ.ภูเก็ต ประกอบไปด้วย ห้องพักเลขที่ 158/42 ชั้น 3 คอนโดอาร์ทป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต
จากการตรวจค้นพบเงินสด 11 ล้านบาท และน.ส.จี ชาวพม่า
อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นไม่มีเลขที่ ซ.นาใน 2 ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต จากการตรวจค้นพบบัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชี รายชื่อบัญชีโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนผ่านวีแชท คนจีน จำนวน 10 คน

อาคารพาณิชย์ไม่มีเลขที่ริมถนนสวัสดิรักษ์ ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต จากการตรวจค้นพบเงินสดกว่า 300,000 บาท
กระเป๋าหลุยส์วิตอง จำนวน 2 ใบ โทรศัพท์มือถือบัตรเอทีเอ็มบัตรเครดิตจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่ารายชื่อผู้เสียหาย
บัญชีรายรับรายจ่ายอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมคนจีนได้12 คน และคนไทย 2 คน และจุดที่4 ห้องพักเลขที่ 2406 ชั้น4 ของโรงแรม
แห่งหนึ่งใจกลางอ.ป่าตอง จากการตรวจค้นพบ
นายเซาซิง อายุ 33 ปี หัวหน้าขบวนการ พร้อมของกลางสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย บัตรเครดิตจำนวนมาก รถยนต์เมอร์ซิเดสเบนซ์
รุ่นซีแอลเอ 200 ป้ายแดงทะเบียนง3715 กทม.จำนวน 1 คัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับปฎิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าที่ตำรวจจากเมืองจี๋หลิน สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประสาน
ความร่วมมือมายังศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก
จากจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์ถึงขนาดว่ามีผู้เสียหายผูกคอเสียชีวิต ซึ่งจากการสืบสวนของตำรวจจีนพบว่ามีการใช้ประเทศไทย
ตั้งฐานปฎิบัติการในไทย ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ
พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษตร. ในฐานะผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้สืบสวน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า
แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์นี้ได้เปิดเป็นศูนย์ปฏิบัติการอยู่ใจกลางเมืองป่าตองจังหวัดภูเก็ตโดยมีคนจีนหลายรายเป็นพนักงานโทรศัพท์
และมีคนจีนด้วยกันเป็นหัวหน้าผู้ควบคุม

สำหรับขบวนการนี้มีนายเซาซิง อายุ 33 ปี เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยนายเซาซิง เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่เป็นที่ต้องการตัว
อีกทั้งแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์มังกรจีนกลุ่มนี้เป็นแก๊งที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ และเป็นที่ต้องการตัวของทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน
อย่างมาก เนื่องจากสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท การหลอกลวงของคนกลุ่มนี้ มุ่งเน้นไปที่ประชากรจีน
ไม่มีคนไทยรายใดตกเป็นเหยื่อ

จากการบูรณาการครั้งนี้ตรวจยึดทรัพย์สินเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 8 เครื่อง เร้าเตอร์ไวฟายจำนวน 4 เครื่อง ไอแพด 4 เครื่อง
โทรศัพท์มือถือจำนวน 150 เครื่อง เครื่องนับเงินจำนวน1 เครื่อง บัตรเครดิตจำนวน 135 ใบบัตรเอทีเอ็ม 6 ใบซิมโทรศัพท์มือถือ
จำนวน 52 ใบเงินสดจำนวน 13,568,570 บาทเงินสกุลจีนจำนวน 3800 หยวน รวมถึงโพยรายชื่อประชากรจีน ในมณฑลจี๋หลิน
ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งลงทะเบียนในระบบ WeChat อีกจำนวนหนึ่ง

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการสิ้นสุดและเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ใน
ราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต มีและใช้บัตรอิเล็กทรอนิคส์ โดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
หรือประชาชน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ป่าตองดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

Recent Posts