หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมอุ้มเรียกค่าไถ่และฆาตกรรมชาวโมซัมบิก ตามหมายจับตำรวจสากล แฝงตัวหลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวและใช้ประเทศไทยเป็นฐานสั่งการ เป็นที่ต้องการตัวของ FBI และประเทศโมซัมบิก

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

จับกุมชาวโมซัมบิก

จับกุมชาวโมซัมบิกที่หนีมากบดานในประเทศไทยตามหมายแดง (Red Notice) ของ INTERPOL – หัวหน้าคอยสั่งการ ซึ่งก่อเหตุลักพาตัวนักธุรกิจไปเรียกค่าไถ่เป็นจำนวนเงินประมาณ 3,000,000 USD. หรือประมาณ 100,000,000 บาท ทั้งยังก่อเหตุฆาตกรรมมาแล้ว จำนวน ๒ ราย และก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้อีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา

ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบมีการขยายตัวเป็นวงกว้างและสลับซับซ้อน มีการนำเทคโนโลยีและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดรวมทั้งคดีที่บุคคลต่างชาติมีส่วนร่วมในการกระทำผิด

ต่อมาทางการสาธารณรัฐโมซัมบิกต้องการจับกุมตัว MR. Momade Assif Abdul SATAR สัญชาติ โมซัมบิก ผู้ต้องหารายสำคัญในฐานความผิดครอบครองอาวุธ ฆาตกรรมและลักพาตัว จึงได้ร้องขอและส่งขอมูลไปยัง FBI ประจำภูมิภาคแอฟริกาให้ประสานงานไปยัง FBI ภูมิภาคต่างๆทั่วโลกเพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ให้ได้ จนกระทั่ง FBI ประจำประเทศไทยได้รับข้อมูลดังกล่าว จึงได้ติดต่อประสานงานมายังกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ “ศปอส.ตร.” สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือสั่งการ ตร. ลง ๔ ก.ค. ๖๑ ท้ายหนังสือ ตท. ที่ ๐๐๐๒.๓/๔๔๙๐ ลง ๒๖ มิ.ย. ๖๑ เรื่อง ทางการสหรัฐอเมริกาประสานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาชื่อ Momade Assif Abdul SATAR สัญชาติโมซัมบิกซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทางการโมซัมบิก

 

มีหมายแดง (Red Notice) ของ INTERPOL หมายเลข A-๔๔๗๖/๕-๒๐๑๗ โดยเป็นที่ต้องการตัวในฐานความผิดครอบครองอาวุธ ฆาตกรรม และลักพาตัว จึงได้ทำการสืบสวนเพื่อตรวจสอบและติดตามตัวจากการตรวจสอบพบว่าได้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้หนังสือเดินทางเลขที่ ๑๓AF๐๑๐๒๖๔ ระบุในหนังสือเดินทาง ชื่อ MR.SAHIME MOHAMMAD ASLAM จึงดำเนินการสืบสวน ติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง

 

​จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๕ ก.ค. ๖๑ เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้สืบสวนติดตามตัวจนทราบว่ามีชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับ MR.Momade Assif Abdul SATAR ปรากฏตัวอยู่ที่ ล็อบบี้โรงแรมมาริออท ซ.สุขุมวิท 57 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งชายดังกล่าวไม่สามารถ
นำมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวและพิมพ์ลายนิ้วมือชายดังกล่าวแล้วส่งไปตรวจพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือตามหมายแดง (Red Notice) ของ INTERPOL ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานกลางได้ตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว และลงความเห็นว่า ลายพิมพ์นิ้วมือของชายดังกล่าวนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายแดง (Red Notice) ของ INTERPOL ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำเข้าลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7)  จึงได้เสนอความเห็นไปยัง ผบช.สตม. เพื่อให้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ภายหลังจึงได้นำตัวไปยัง กก.3 ศสส.สตม. เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

​ทั้งนี้ทางการโมซัมบิกได้ยืนยันว่าระหว่างที่ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศในระยะเวลาประมาณ ๓ ปี ยังได้มีการสั่งการให้องค์กรของตนดำเนินการลักพาตัวและเรียกค่าไถ่บุคคลต่างๆ ทั้งในประเทศโมซัมบิกและอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกาและยังแจ้งอีกว่าผู้ต้องหารายนี้ เป็นระดับหัวหน้าขององค์กร จะสั่งการให้ลูกน้องไปลักพาตัวนักธุรกิจที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศโมซัมบิกเพื่อไปเรียกค่าไถ่ โดยแต่ละครั้งจะเรียกค่าไถ่เป็นเงินประมาณ 3,000,000 USD. หรือประมาณ 100,000,000 บาท ซึ่งถ้าไม่ได้รับเงินก็จะดำเนินการฆาตกรรมเหยื่อ โดยมีเหยื่อถูกฆาตกรรมไปแล้ว จำนวน ๒ ราย อีกทั้งยังได้มีการทำร้ายและฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ของทางการโมซัมบิกและครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่ทำการสืบสวนเอาผิดกับองค์กรนี้ ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนเป็นอย่างมาก

Recent Posts