จับกุมชาวไทยและจีนหลังมีพฤติกรรมเปิดบริษัทนำเที่ยวและสวมสิทธิ์เป็นนอมินี

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เมื่อเวลา 1 ส.ค.61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ในฐานะ รอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ธงชนะ หาญกิตติกาญจนา รรท.ผกก.บ่อผุด, พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1, พ.ต.ท.ปริญญา เอี่ยมกมล สว.งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.3

ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายสมศักดิ์ บุรุษชาติ, นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย (สัญชาติจีน) ทั้งหมดเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโรแมนติก สมุย จำกัด หลังมีพฤติกรรมเปิดบริษัทนำเที่ยวและสวมสิทธิ์เป็นนอมินี

“การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุย ถูกบริษัททัวร์ดังกล่าวหลอกลวงสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท จึงได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.บ่อผุดและมีการนำเสนอข่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ศปอส.ตร.สนธิกำลัง สภ.บ่อผุด ร่วมตรวจสอบ โดยเบื้องต้นพบว่าบริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 4/164 ม.2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายสมศักดิ์ บุรุษชาติ, นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย (สัญชาติจีน) อีกทั้งพบความเชื่อมโยงมีลักษณะของการดำเนินธุรกิจแบบนอมินี

เนื่องจากเจ้าของเงินทุนและผู้มีอำนาจบริหารบริษัทฯที่แท้จริง คือ นางฉางเยี่ยน เหริน อายุ 42 ปี สัญชาติจีน ส่วนกรรมการอีก 3 คน เป็นเพียงพนักงานของบริษัทที่นำชื่อมาใช้ในการจดทะเบียนบริษัทเท่านั้น จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ” – พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ กล่าว

โดยพฤติการณ์ของบริษัท โรแมนติก สมุย จำกัด จะรับนักท่องเที่ยวมาจากประเทศจีน จากนั้นก็จะมาว่าจ้างผู้ประกอบการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุย ให้ช่วยนำนักท่องเที่ยวดังกล่าวท่องเที่ยวไปตามโปรแกรมที่นักท่องเที่ยวแต่ละคนจองไว้ ซึ่งในระยะแรกจะสร้างความเชื่อใจโดยการชำระให้ผู้ประกอบการเป็นเงินสดก่อน แล้วจึงจะนำนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ

ต่อมาเมื่อผู้ประกอบการรู้สึกไว้วางใจแล้ว บริษัทฯ นี้ก็จะใช้การวางบิลหรือใช้เครดิต แล้วค่อยมาชำระหนี้ในภายหลังซึ่งก็จะค้างชำระไปเรื่อยๆ จนผู้ประกอบการต้องไปติดตามทวงถาม ซึ่งได้มีการบ่ายเบี่ยงมาตลอด จากนั้นบริษัทนี้ก็จะไปเริ่มติดต่อทำธุรกิจกับผู้ประกอบการรายอื่นแทนรายเดิม และก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้เสียหายที่เข้ามาร้องทุกข์แล้ว จำนวน 20 ราย

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาเปิดเผยว่า

ตนได้รู้จักกับนางฉางเยี่ยน เหริน ซึ่งเป็นนายทุนชาวจีนตั้งแต่ปี 2557 ก่อนที่นางฉางเยี่ยน เหริน จะชักชวนให้มาเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวราวเดือนกุมภาพันธ์โดยได้ค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่นบาทพร้อมกับข้อเสนอปลายปีมีเงินปันผล ซึ่งตนยอมรับว่า ไม่รู้ข้อกฏหมาย คิดว่าเป็นการร่วมทุนจึงได้ตอบตกลง อย่างไรก็ตามลูกทัวร์ส่วนใหญ่มาจากเมืองฉางชา ซึ่งอยู่มณฑลหูหนานทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในส่วนของนายทุนชาวจีนที่ถูกออกหมายจับนั้นตนทราบว่าวีซ่าหมดอายุและได้เดินทางออกนอกประเทศไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542”  มาตรา 36 และ 41 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ่อผุดดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ส่วนนางฉางเยี่ยน เหริน ซึ่งเป็นนายทุนเจ้าของบริษัทตัวจริง ขณะนี้เชื่อว่าหลบหนีอยู่ต่างประเทศ โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งหมายจับนายทุนชาวจีนรายนี้ให้กับทางการจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Recommended Posts
New Server