ตำรวจท่องเที่ยวนำสื่อมวลชนจีนและผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือ ไปลงตรวจพื้นที่อู่ต่อเรือและท่าจอดเรือ 8 จุด ทัวร์เกาะภูเก็ต สร้างความเชื่อมั่น หลังนักท่องเที่ยวจีนแห่ยกเลิกทัวร์กว่า 20%

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

ตำรวจท่องเที่ยวนำสื่อมวลชนจีนและผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือ ไปลงตรวจพื้นที่อู่ต่อเรือและท่าจอดเรือ 8 จุด ทัวร์เกาะภูเก็ต
สร้างความเชื่อมั่น หลังนักท่องเที่ยวจีนแห่ยกเลิกทัวร์กว่า 20%

พลตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้นำคณะสื่อมวลชนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนประกอบด้วย
เฮดไลน์ ไทยแลนด์ / ไชน่า เรดิโอ / พีเพริล เดลี่ / ซินเสียนเยอะเป้า /แอด ม่านกู่ / และเน็ตอีส ซึ่งเป็นสื่อชั้นนำ
ที่ชาวจีนติดตามข่าวสาร ลงตรวจสอบมาตรฐานของเรือให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตรวมถึงอู่ต่อเรือ
โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือระดับประเทศร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่นักท่องเที่ยว หลังเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม
จนทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต 46 คน

โดยจุดแรกได้เดินทางไปที่ท่าเรือฉลอง เพื่อตรวจสอบจุดจอดเรือและความพร้อมในการตรวจสอบเรือก่อนปล่อยนักท่องเที่ยว
ออกไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งและดำน้ำดูปะการัง จากนั้นได้เดินทางต่อไปที่ท่าเรือรัษฏา ท่าเรือพิสิทธิ์ พันวา ท่าเรือโบ๊ท ลากูล
และอู่ต่อเรือรัตนชัย รวมถึง อ่าวปอ ซึ่งทุก. เป็นถ้าจอดเรือสำคัญในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ซึ่งล่าสุดได้มีการปรับระเบียบการนำเรือท่องเที่ยวออกไปตามเกาะแก่ง โดยกำหนดให้คนขับเรือนายท้ายเรือต้องแจ้งชื่อ
และรายละเอียดของตัวเรือ รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่แน่ชัด รวมถึงพิกัดที่จะไปท่องเที่ยว ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยเจ้าท่าจังหวัด
ตำรวจท่องเที่ยวและฝ่ายปกครอง ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่ในบริเวณดังกล่าวทราบก่อนออกเรือทุกครั้ง

นอกจากนั้นยังไปตรวจสอบมาตรฐานตัวเรือและการประกอบเรือโดยกำหนดว่าจะต้องมีแบบพิมพ์เขียวของเรือทุกลำ
ที่ผ่านการตรวจสอบโดยให้เจ้าหน้าที่ลงลายเซ็นต์รับรองมาตรฐานทุกลำ และหากเกิดปัญหากับเรือลำใด ผู้ตรวจสอบเรือ
ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย หากเรือที่เกิดเหตุไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

มาตรการแก้ปัญหาความเชื่อมั่นทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่เห็นอยู่นี้ก็เพื่อต้องการให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนประเทศไทย
เกิดความเชื่อมั่น ส่วนนักท่องเที่ยวจีน นั้นล่าสุดได้มีการสั่งเปิดช่องวีไอพี ตั้งแต่ลงเครื่องที่ท่าอากาศยาน
เป็นการอำนวยความสะดวกขั้นสูงสุดเพื่อแสดงความจริงใจให้เห็นว่าไทยไม่ได้ต้องการเอาเปรียบชาวจีน

มาตรการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวทางทะเลในเขตพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต
​ด้วยที่ผ่านมามีเรือนำเที่ยวประสบเหตุทางทะเลในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน
ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
อย่างมาก ​เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของการท่องเที่ยว และผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวมีความมั่นใจ
ในการลงทุน มีมาตรฐาน สะดวก และปลอดภัย ทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการร่วมกับหน่วยงาน
ทุกภาคส่วน กำหนดแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้
1. ยกระดับมาตรฐานของเรือท่องเที่ยว
1.1 ตรวจสอบอู่ต่อเรือ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลและถูกต้องตามกฎหมาย
1.2 ตรวจเรือ ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ 100 %
2. ตรวจสอบเรือและจัดระเบียบนักท่องเที่ยวก่อนลงเรือ
2.1 เรือทุกลำต้องออกจากท่าเทียบเรือต้องได้มาตรฐานตามที่จังหวัดกำหนดให้
2.2 ท่าเรือทั้งหมดต้องเป็นไปตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า
2.3 เรือต้องออกจากท่าเรือทุกลำต้องผ่านการตรวจตามข้อ 1.2
2.4 นักท่องเที่ยวที่ลงเรือต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(รวมถึงมัคคุเทศก์และ บริษัทนำเที่ยว)
3. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเล
3.1 ชุดเฉพาะกิจปฏิบัติกรณีพิเศษ ออกตรวจเรือในทะเลอย่างต่อเนื่อง ปราบปรามการกระทำผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ขั้นสูงสุด
3.2 การแจ้งเตือนภัยทางทะเล ให้ สำนักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคใต้ตอนบนรับผิดชอบ
3.3 จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ณ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง
– ศูนย์ควบคุมจราจรทางน้ำ (VTMS)
– สำนักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคใต้ตอนบน
หากมีผู้ประกอบการฝ่าฝืน หรือกระทำผิดกฎหมายเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทางน้ำหรือทางบก
จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.,พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2,
พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.โอฬาร เอี่ยมประพาส รองผบก.ทท.3
พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก.2บก.ทท.3 พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว
ตำรวจภ.จว.ภูเก็ต กรมเจ้าท่า อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เปิดปฎิบัติการดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
ตามมาตรการด้านความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวทางทะเลปูพรมตรวจ 4 จุด พร้อมกันนี้ได้นำคณะสื่อมวลชนจากสาธารณรัฐ
ประชาชนจีนประกอบด้วย เฮดไลน์ ไทยแลนด์ ,ไชน่า เรดิโอ, พีเพริล เดลี่ ,ซินเสียนเยอะเป้า ,แอด ม่านกู่ และเน็ตอีส ซึ่งเป็นสื่อ
ชั้นนำที่ชาวจีนติดตามข่าวสารในประเทศไทย ลงตรวจสอบมาตรฐานของเรือให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตรวมถึง
อู่ต่อเรือ

โดยจุดแรกเป็นท่าเรือฉลองได้นำกำลังตำรวจท่าเรือฉลอง เพื่อตรวจสอบจุดจอดเรือและความพร้อมในการตรวจสอบเรือ
ก่อนปล่อยนักท่องเที่ยวออกไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งและดำน้ำดูปะการัง จากนั้นเดินทางต่อไปที่อู่ต่อเรือ โบ้ทลากูน
ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือที่เรือซิเรนาต้า หนึ่งในเรือที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มแต่ไม่ได้มีผู้เสียชีวิต จากนั้นก็ได้นำผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือ
ระดับประเทศ นายช่างต่อเรือ เข้าตรวจสอบเรือซิเรนาต้าเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริง
จุดที่สองเป็นโรงกลึงธนวัฒน์ ซึ่งเป็นสถานที่ต่อเรือฟินิกส์ ซึ่งปัจจุบันได้ปิดตัวไปแล้ว
จุดที่สามคืออู่ต่อเรือรัตนชัย และจุดที่สี่คืออู่ต่อเรือ ซึ่งรับต่อเรือฟินิกส์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากกรณีเรือนำเที่ยวประสบอุบัติเหตุเรือล่มจนทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต 46 คน
ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์
และเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมาก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัย
ของการท่องเที่ยว และผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวมีความมั่นใจ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการ
ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน กำหนดแนวทางในการปฏิบัติจัดระเบียบการนำเรือท่องเที่ยวออกไปตามเกาะแก่ง โดยกำหนด
ให้คนขับเรือนายท้ายเรือต้องแจ้งชื่อ และรายละเอียดของตัวเรือ รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่แน่ชัด รวมถึงพิกัดที่จะไปท่องเที่ยว
ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยเจ้าท่าจังหวัด ตำรวจท่องเที่ยวและฝ่ายปกครอง ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่ในบริเวณดังกล่าว
ทราบก่อนออกเรือทุกครั้ง นอกจากนั้นยังไปตรวจสอบมาตรฐานตัวเรือและการประกอบเรือโดยกำหนดว่าจะต้องมีแบบพิมพ์เขียว
ของเรือทุกลำที่ผ่านการตรวจสอบโดยให้เจ้าหน้าที่ลงลายเซ็นต์รับรองมาตรฐานทุกลำ และหากเกิดปัญหากับเรือลำใด
ผู้ตรวจสอบเรือต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย หากเรือที่เกิดเหตุไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

หลังเกิดเหตุได้บูรณาการตรวจสอบมาตรฐานของเรือซึ่งมีอยู่กว่า 400 ลำ โดนขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 200 ลำ พบเรือที่มีปัญหา
10 ลำซึ่งได้สั่งให้หยุดกิจการไปแล้ว ส่วนการดำเนินการตรวจสอบท่าเรือซึ่งมีอยู่กว่า 24 แห่งนั้น ขณะนี้ได้สั่งให้มีเจ้าหน้าที่
ประจำจุด 4 ฝ่ายประกอบด้วยตำรวจท่องเที่ยว ไลฟ์การ์ด กรมเจ้าท่า และกองทัพเรือ หากไม่ได้รับอนุมัติก็จะไม่มีสิทธิ์ออกเรือ
จากท่า เช่นเดียวกับอู่ต่อเรือซึ่งมีอยู่ 13 แห่งทั่วเกาะภูเก็ต ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบการต่อเรือทุกลำโดยให้เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า
เป็นผู้ตรวจสอบหากเกิดปัญหากับตัวเรือที่ผ่านการตรวจสอบกรมเจ้าท่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนตลอด
หนึ่งเดือนที่ผ่านมาของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มได้รับการตอบรับ
ในแนวทางที่ดีขึ้น หลังจากทัวร์จีนแห่ยกเลิกการเดินทางกว่าร้อยละ20 ซึ่งมาตรการในครั้งนี้จะเป็นการกระตุ้นสร้างความเชื่อมั่น
ให้กับนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง รองผบช.ทท.กล่าว

ในส่วนผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือ แสดงความเห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้เรือเซเรนาต้า ล่ม เป็นเพราะน้ำเข้าจากท้ายเรือสู่ห้องเครื่อง
ที่มีระบบไฟทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรเรือสูญเสียการบังคับ นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติไปกว่านั้นคือเรือลำนี้ถูกต่อมาใช้สำหรับ
เป็นเรือสำราญ ซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกคนไม่เกิน 10 คน แต่กลับถูกนำมาดัดแปลงเป็นเรือท่องเที่ยว ที่มีน้ำหนักบรรทุกถึง 55 คน
ขณะที่เรือฟีนิกซ์พบว่ามีการสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนดหลังจากการดูพิมพ์เขียวของเรือคู่แฝดพบว่าเรือฟีนิกซ์มีปัญหา
ตั้งแต่ตัวโครงสร้างไปจนถึงระบบควบคุม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวหนีออกมาไม่ทัน เมื่อน้ำเข้าเรือ

Recent Posts
New Server