แถลงข่าวจับกุม คนร้ายหลอกขายนาฬิกาหรูและสินค้าแบรนด์เนม ร้องเรียนผ่าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“ แถลงข่าวจับกุม คนร้ายหลอกขายนาฬิกาหรูและสินค้าแบรนด์เนม ร้องเรียนผ่าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ”
ตามนโยบายของรัฐบาล มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิด
และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว
เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) อำนวยการโดย พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมด้วย
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 ,พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์ฯ

ด้วยมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการถูกคนร้ายซึ่งมีพฤติกรรมในการหลอกลวงนำภาพสินค้าประเภทนาฬิกาหรู
และสินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพง มาโพสต์ขายในเพจ Kaidee.com ที่มีการประชาสัมพันธ์ขายสินค้าออนไลน์
โดยแผนประทุษกรรมของคนร้าย ได้กำหนดราคาขายสินค้าให้ต่ำกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป เมื่อผู้เสียหายพบเห็นข้อมูล
การขายสินค้าดังกล่าวแล้วหลงเชื่อคนร้ายจะหลอกลวงให้ชำระเงินค่าสินค้าดังกล่าว โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คนร้าย
ได้จัดเตรียมไว้ จากนั้นคนร้ายจึงถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารดังกล่าวตามสถานที่ต่างๆ โดยมีการพยายามปิดบังตำหนิรูปพรรณ
ขณะทำการถอนเงินแล้วหลบหนีไป โดยไม่มีการส่งสินค้าให้แต่อย่างใด จากพฤติกรรมดังกล่าวพบว่าคนร้ายกลุ่มนี้
สร้างความเสียหายจำนวนมากให้กับประชาชนที่ถูกหลอกลวงหลายราย จึงมาร้องเรียนผ่าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.
เพื่อให้ดำเนินการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.
ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงได้สั่งการให้ทีมงาน นำโดย พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.บก.สส.ภ.5 ,
พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา ,
พ.ต.ท.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผกก.กก.สส.บก.น.1 , พ.ต.ต.ภาคิน ไกรกิตติชาญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง ,
พ.ต.ต.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ สว.สส.บก.น.1 และ พ.ต.ต.วัชระ เทือกตา สว.กก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.ภ.5 พร้อมพวก
เข้าทำการสืบสวนหาข่าวผู้กระทำความผิด จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. พบว่าคนร้ายกลุ่มนี้ได้ก่อเหตุ
หลอกลวงมาแล้วหลายครั้งโดยมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับคนร้ายกลุ่มนี้ไว้ทั้งสิ้น
จำนวน 6 ราย ได้แก่ สภ.ปากเกร็ด ,สน.บางนา ,สน.ภาษีเจริญ ,สน.ดอนเมือง ,สน.ปทุมวัน และ สภ.บางกรวย มูลค่าความเสียหาย
ประมาณ 400,000 บาท และเชื่อว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.
ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ได้ร่วมกันสืบสวนรวบรวมข้อมูล
และพยานหลักฐานของคนร้ายนี้จนกระทั่งทราบว่า นายวิเชษฐ ธงชัย อายุประมาณ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดภูเก็ต เป็นคนร้าย
ที่นำข้อมูลสินค้าดังกล่าวข้างต้นไปโพสต์ลงในเว็บไซต์ ซื้อขายสินค้าออนไลน์ แล้วหลอกลวงประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อซื้อสินค้า
โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้อื่นที่ตนเองได้จัดเตรียมเอาไว้ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว
ตนเองจะเป็นผู้ถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารดังกล่าวที่จัดเตรียมไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับคนร้ายรายนี้
มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบพบว่านายวิเชษฐ์ฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับรวมทั้งสิ้น จำนวน 4 หมายจับ
มีรายละเอียดดังนี้
1. หมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 374/2560 ลง 1 ส.ค.2560 ให้จับกุม นายวิเชษฐ ธงชัย ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์
และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”
2. หมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 376/2560 ลง 1 ส.ค.2560 ให้จับกุม นายวิเชษฐ ธงชัย ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์
และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”
3. หมายจับศาลจังหวัดพระโขนงที่ จ.441/2560 ลง 3 ส.ค.2561 ให้จับกุม นายวิเชษฐ ธงชัย ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์
และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”
4. หมายจับศาลอาญาธนบุรี 461/2561 ลง 29 มิ.ย.2561 ให้จับกุม นายวิเชษฐ ธงชัย ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์ประชาชน
และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”

ต่อมา วันที่ ๒ ส.ค.๒๕๖๑ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีไปในพื้นที่ภาคเหนือ
จึงได้ร่วมกันติดตามตัวจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ที่ด่านตรวจ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ซึ่งหลังการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ดำเนินการหลอกลวงอื่นจริงตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ โดยอาศัยความรู้ทางด้านเทคโนโลยีที่ตนเองมีมาใช้ในการหลอกลวงผู้อื่นเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินแล้วจึงหลบหนีเรื่อยมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขยายผลจนกระทั่งสามารถตรวจยึดเสื้อซึ่งใช้สวมใส่ขณะถอนเงิน ,โทรศัพท์มือถือซึ่งมีข้อมูลภาพถ่ายนาฬิกายี่ห้อหรูและสินค้าอื่นๆที่มาราคาแพงที่ผู้ต้องหาใช้ในการหลอกลวงประชาชนทั่วไป จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Recent Posts
New Server