การจับกุมกลุ่มผู้บริหารและแม่ทีมระดับสูง เครือข่าย OD Capital

 In ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

สืบเนื่องจากช่วงต้นเดือน กรกฎาคม 2561 ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (​ศปอส.ตร.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจาก “กลุ่มเครือข่าย OD Capital”  จึงประสานงานกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายชินวัตร น้อยวัน ผู้บริหารและแม่ทีมระดับสูง รวม 32 คน ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” และได้ทำการติดตามจับกุมได้ทั้งสิ้น 29 คน หลบหนีต่างประเทศ 3 ราย นั้น

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 อีกจำนวน 16 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่ทีมในเครือข่าย OD Capital

ระหว่างวันที่ 11-12 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ศปอส.ตร. สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ จำนวน 10 ราย โดยติดต่อขอมอบตัว 2 ราย คงเหลือหลบหนี 4 รายอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ทราบว่า 1 รายอยู่ต่างประเทศ รวม ผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกออกหมายจับคดีนี้ 48 ราย จับกุมแล้ว 39 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว 9 ราย จากการตรวจสอบทราบว่าอยู่ต่างประเทศ 4 ราย

สำหรับคดีนี้ เครือข่าย OD Capital ดำเนินการในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้ง หรือ ประกอบการในลักษณะนำเงินไปลงทุนในบริษัทหรือกิจการอื่นๆ จากการสืบสวนทราบว่าไม่ได้มีการจดทะเบียนพานิชยกิจในประเทศไทย ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจาก กลต. และ สคบ.

โดยผู้ประกอบการจะระดมเงินทุนมาจากประชาชนทั่วไป เข้าติดต่อชักชวนหรือมีการโฆษณาเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่าเมื่อนำเงินมาลงทุนซื้อหุ้นของ OD Capital แล้วเมื่อ บริษัท OD Capital เข้าตลาดหุ้น NASDAQ ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า

แต่ต่อมาเมื่อเข้าตลาดหุ้นราคาหุ้นไม่ได้เป็นตามที่โฆษณา ทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหายและช่วงหลัง OD Capital ได้เปลี่ยนแผนการลงทุนเป็นการระดมทุน โดยโฆษณาว่าจะได้รับผลตอบแทน 5-10 % ของเงินลงทุนทุกเดือน จำนวน 24-30 เดือน และหากสมาชิกสามารถชักชวนผู้อื่นมาลงทุน จะได้ค่าคอมมิสชั่นอีก 10 % และยังมีแผนไบนารี่จับคู่รับค่าคอมมิสชั่นอีก 10% อันเป็นความผิดตาม พรก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527

พระราชกำหนด “การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527”
มาตรา 4[4] ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปว่า ในการกู้ยืมเงินตนหรือบุคคลใดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้

โดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นจะนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินหรือโดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ และในการนั้นเป็นเหตุให้ตนหรือบุคคลใดได้กู้ยืมเงินไปผู้นั้นกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

มาตรา 12 ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 4 หรือมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

 

Recommended Posts
New Server