ปิดล้อมตรวจค้น บริษัทกุมวาปี จำกัด และบริษัทในเครือกุมวาปี หลังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาขนว่ามีการปล่อยอัตราดอกเบี้ย กว่ากฏหมายกำหนด

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

เมื่อเวลา 17.00น. วันที่ 14 สิงหาคม 2561 – พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.ภ.4, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.), พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ รอง ผบช.สกบ. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี,
พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด, พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว ทหารและฝ่ายปกครอง

ปิดล้อมตรวจค้น บริษัทกุมวาปี จำกัด เลขที่ 249 ถนนมิตรภาพ ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปีจังหวัดอุดรธานี และบริษัทในเครือกุมวาปี หลังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาขนว่า มีการปล่อยอัตราดอกเบี้ยกว่ากฏหมายกำหนด

โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริษัทกุมวาปี จำกัด พร้อมจับกุม “นายสหัส อุดมพานิช” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีที่ 223/61 ลงวันที่ 14 ส.ค. “นางอรพรรณ อุดมพานิช” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีที่ 224 /61 ลงวันที่ 14 ส.ค. และ “นายคึกฤทธิ์ อุดมพานิช” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีที่ 225/61 ลงวันที่ 14 ส.ค. ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชนและปล่อยอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด

โดยจากการค้นตรวจยึดรถบรรทุก 10 ล้อ กว่า 400 คัน รถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว มินิคูเปอร์ จำนวนมาก นอกจากนี้ยังเข้าตรวตค้นอาคารพาณิชย์อีกสามแห่ง บริษัท กุมวาปี กลการ จำกัด บริษัท กุมวาปี ลิสซิ่ง จำกัดและบริษัท กุมวาปี ขนส่ง จำกัด ซึ่งเป็นของครอบครัวอุดมพานิชอีกด้วย

พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า “สำหรับจุดนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบไปแล้วก่อนหน้านี้พร้อมกับทำการตรวจยึดโฉนดที่ดินกว่า 2,000 ฉบับ ประกอบกิจการขนส่งและจำนำรถ ซึ่งมีพฤติการณ์ปล่อยดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดต่อมาทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดสามรายซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวอุดมพาณิชย์ นอกจากนี้ได้ดำเนินการตรวจยึดอายัดทรัพย์ที่เชื่อว่ามาจากการกระทำความผิดทั้งหมด เพื่อเข้าสู่กระบวนการของทาง ปปง.ต่อไป ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 230 ล้านบาท

  1. รถยนต์ 183 คัน มูลค่า 146,585,260 บาท
  2. อาคาร สำนักงาน 2 ชั้น เลขที่ 249 ม.4 ต.พันดอน อ.กุมพวาปี จ.อด. จำนวน 12 ไร่ 80 ล้านบาท
  3. โรงงานซ่อมบำรุงรถขนาดใหญ่ จำนวน 1 โรง 4 ล้านบาท
  4. อาคาร พานิชย์ 1 ชั้น ที่ตั้ง กุมพวาปี ลิสซิ่ง 8,000,000 บาท
  5. อาคารพานิชย์ 1 ชั้น ที่ตั้ง กุมพวาปี ขนส่ง 8,000,000 บาท
  6. บ้านสองชั้นครึ่งปืนครึ่งไม้ เลขที่ 125-129 ม.4 ต.พันดอน อ.กุมพวาปี จ.อด.เนื้อที่ 5 ไร่ 17,000,000 บาท
  7. 263,585,260 บาท

ทั้งนี้จากการปราบปรามเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค4 ทำให้สถานการณ์ขนาดนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยพฤติกรรมของกลุ่มนายทุนที่จ.อุดรธานี ไม่ต่างจากจ.ขอนแก่น เอกสารบางชุด มีเพียงการลงนามของผู้กู้เงิน แต่ไม่ได้มีข้อความอื่นใด ในลักษณะนิติกรรมอำพราง และมีการแปรภาพเป็นลักษณะของการทำสัญญาขายฝาก สัญญาเช่า ซึ่งหลังจากนี้ภาพรวมของการกู้ยืมจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปผู้กู้และผู้ให้กู้จะต้องยึดหลักการปล่อยดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี อย่างไรก็ตาม

จากการตรวจสอบยังพบว่านายทุนบางรายปรับเปลี่ยนวิธีเป็นลักษณะของการทำสัญญาขายฝาก นายทุนบางรายมีการปล่อยดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 40 ต่อปี ซึ่งในส่วนนี้ก่อให้เกิดช่องว่าง ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการปรับแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป ผบช.ภ.4 กล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง การปราบปรามเงินกู้วาระแห่งชาติที่ทางรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผิดกระทบจากนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ

เน้นจากมาตรการจากเบาไปหาหนักโดยเริ่มจากการให้เจ้าหนี้และลูกหนี้เข้าสู่วงเจรจาประนอมหนี้ หากเจ้าหนี้รายใดที่ฝ่าฝืนก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยนำกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการซึ่งในวันนี้เราทำกฏหมายให้เป็นกฏหมายให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน และจะไม่ปล่อยไทยไว้ข้างหลังและจะสร้างไทยไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตามในวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมามอบโฉนดที่ดินคืนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีกว่า 3,000 ไร่มูลค่า 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้จะดำเนินการคืนโฉนดที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมพร้อมกันทั่วประเทศทั้งหมด4พันไร่มูลค่า 2 พันกว่าล้านบาท ในส่วนของพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้จะมีการดำเนินการคืนรถที่มีการถูกนายทุนยึดจากการทำสัญญาจดจำนำและจำนอง ด้วยเช่นกัน

 

Recommended Posts
New Server