ปฏิบัติการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ www.siamoption.com ทายผลการขึ้นลงดัชนี Forex ตามแหล่งท่องเที่ยว ๓ จังหวัด สำคัญ (กรุงเทพ,ขอนแก่น,ภูเก็ต) มีสมาชิก ๑.๔ ล้านราย เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“ปฏิบัติการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ www.siamoption.com ทายผลการขึ้นลงดัชนี Forex ตามแหล่งท่องเที่ยว
๓ จังหวัด สำคัญ (กรุงเทพ,ขอนแก่น,ภูเก็ต) มีสมาชิก ๑.๔ ล้านราย เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท”

​​ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยมุ่งผลการป้องกันปราบปรามการอาชญากรรมที่ปรากฎในสื่อออนไลน์ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรภาค ๔ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร
เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างเครือข่ายพนันออนไลน์และหลอกลวงประชาชนให้มาลงทุนในรูปแบบไบนารีออพชั่น ครั้งที่ ๑
โดยเน้นเว็บไซด์ที่มีเงินหมุนเวียนเกินกว่า ๑๐๐ ล้านบาท

​​จากการสืบสวนทางออนไลน์ทราบว่า มีกลุ่มเครือข่ายผู้กระทำผิด ได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนมาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ
มากกว่า ๗๐ ชนิด ได้แก่ คู่สกุลเงิน, ดัชนี, หุ้น เป็นต้น ซึ่งเรียกว่า ไบนารีออพชั่น (Binary Option) ผ่านทางเว็บไซต์
www.siamoption.com แต่เมื่อประชาชาชนสมัครสมาชิกและโอนเงินเข้าไปจริงๆ แล้วกลับไม่สามารถเทรดหรือลงทุน
ตามที่ประกาศในเว็บไซด์ดังกล่าว แต่กลายเป็นการทายผลการขึ้นหรือลงของกราฟ ฟอร์เร็กซ์ (คู่สกุลเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน
เงินตราต่างประเทศ) ๘ อย่าง , ดัชนี้ เฉพาะ CRYTOINDEX และ โลหะ ซึ่งไม่ใช่เป็นการลงทุนตามที่ประกาศแต่อย่างใด
มีลักษณะเป็นการพนันออนไลน์

ศปอส.ตร. จึงได้บูรณาการร่วมกับ บช.ทท. บช.ภ.๔ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร เข้าทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ดังกล่าว
พร้อมกันในหลายพื้นที่ โดยขออนุมัติหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน ๙ จุด กทม.๑ จุด ขอนแก่น ๒ จุด ภูเก็ต ๖ จุด
จับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดตามหมายจับได้ ๘ ราย จับกุมผู้ชักชวนให้ประชาชนเข้าเล่นการพนันออนไลน์ ๑๐ ราย
ตรวจยึดของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน ๑๗ เครื่อง โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการโทร
ชักชวนประชาชนมาลงทุน จำนวน ๑๕ เครื่อง พบบัญชีผู้เล่นปัจจุบันมีถึง ๑.๔ ล้านบัญชี โดยในแต่ละเดือนมีผู้เล่นหมุนเวียน
มากกว่า ๑ แสนบัญชี ยอดเงิน ไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาทต่อเดือน รวมวงเงินหมุนเวียนรวมทั้งปีหลายร้อยล้านบาท
อายัดบัญชีธนาคารที่ใช้ในการรับโอนเงินจากลูกค้าและบัญชีที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๒๒ บัญชี

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีหรือเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นอันระบุไว้ในบัญชี ข. โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พรบ.การพนัน
พ.ศ.๒๔๗๘ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท และ ข้อหา “โดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่
ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน” อันเป็นความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๐ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ปฏิบัติการในครั้งนี้ ศปอส.ตร. ได้เริ่มต้นเปิดยุทธการในการกวาดล้างเครือข่ายพนันออนไลน์และการหลอกลวงประชาชน
ให้มาลงทุนในรูปแบบไบนารีออพชั่น ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง
ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินธุรกิจในลักษณะคล้ายกับ www.siamoption.com หากยังดำเนินธุรกิจอยู่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุม
ดำเนินคดี ขยายผลถึงนายทุน ตลอดจนใช้มาตราการยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๓ (๑๓)
และฝากถึงผู้เล่นที่หลงเชื่อหรือตั้งใจเข้าเล่นในลักษณะดังกล่าว อาจเป็นความผิด ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ดร.สมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4
พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.) พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ รองผบช.สกบ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,
พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2,พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด,
พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ปปง. พ.อ.พิทักษ์ ชูศรี ผบ.ร้อย หัวหน้าชุดปฏิบัติการ
กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์สยามออฟชั่น
โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 19 ราย เป็นระดับแกนนำ 9 ราย และพนักงานที่ทำหน้าที่ในการชักชวน 10 ราย พร้อมของกลางเงินสด
260000 บาท สมุดบัญชีกว่า 10 เล่ม เงินหมุนเวียน กว่า 600 ล้านบาท คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค กว่า17 เครื่อง โทรศัพท์กว่า 15 เครื่อง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนในพื้นที่จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อดร.สมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
ว่าถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ มากกว่า 70ชนิด ได้แก่ คู่สกุลเงิน, ดัชนี, หุ้น เป็นต้น ซึ่งเรียกว่า ไบนารี ออพชั่น
(Binary Option) ผ่านทางเว็บไซต์ www.siamoption.com แต่เมื่อประชาชาชนสมัครสมาชิกและ โอนเงินเข้าไปจริงๆ
แล้วกลับไม่สามารถเทรดหรือลงทุนตามที่ประกาศในเว็บไซด์ดังกล่าว แต่กลายเป็นการทาย ผลการขึ้นหรือลงของกราฟ ฟอร์เร็กซ์
(คู่สกุลเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) ๘ อย่าง , ดัชนี้ เฉพาะ CRYTOINDEX และ โลหะ ซึ่งไม่ใช่เป็นการลงทุน
ตามที่ประกาศแต่อย่างใดมีลักษณะเป็นการพนัน ออนไลน์ จึงได้ประสานข้อมูลผ่านศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สารสนธิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการสืบสวน บูรณาการร่วมกับ บช.ทท. บช.ภ.4 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร
เข้าทลาย เครือข่ายพนันออนไลน์ดังกล่าวพร้อมกันในหลายพื้นที่ โดยขออนุมัติหมายศาลเข้าทาการตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดใหญ่
ในพื้นที่จ.กรุงเทพ ขอนแก่น และภูเก็ต

โดยจุดแรกตรวจค้นบริษัทเฮลิกซ์ไทยบีช จำกัด เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 47 ห้อง4703 แขวงยานนาวา เขตสาทร
จุดที่สองบริษัทเฮลิกซ์ไทยบีช จำกัด (ขอนแก่น)เลขที่ 3/1 หมู่ 14 ถ.ศรีจันทร์ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับกุม
น.ส.จีรภา แพงลืม อายุ 25ปี น.ส.ชญานันท์ ประเสริฐสังข์ อายุ 31 ปี น.ส.ณัฐมน จำรัสแนว อายุ 25 ปี น.ส.ไปรยา เพียผิว อายุ 43 ปี
น.ส.สมฤทัย ปิยะพิสุทธ์ อายุ 26 ปี น.ส.อัญญาภรณ์ ธีรเสถียรพงศ์ อายุ 32 ปี นายโกศล เพียรหนูไทย อายุ 23 ปี
นายณัฐพล กุโรรัตน์ อายุ 23 ปี นายวัฒนพัฒน์ วิชัยรัมย์ อายุ36 ปี และนายสุวิชชา หร่องบุตรศรี อายุ 24 ปี ขณะทำหน้าที่
ชักชวนสมาชิกร่วมลงทุน และจุดที่สาม ตรวจค้นบริษัทเฮลิกซ์ไทยบีช จำกัด (ภูเก็ต) เลขที่ 26/164 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ฉลอง
อ.เมือง จ.ภูเก็ต จับกุมน.ส.รัตนาภรณ์ พันนอก อายุ30 ปี น.ส.ภัทระ นาดี อายุ47 ปี นางภัคกร จินะกาศ อายุ 39 ปี
น.ส. นิภาวรรณ ศรีน่ว อายุ 31 ปี นายนณัฐพงศ์ ศรีวรรณ อายุ 20 ปี นายฐานันดร ไทยใหม่ อายุ34 ปี (หัวหน้าขบวนการ)
นายชลัมพุ์ ชูจิตต์ อายุ 44 ปี นายจิระพงศ์ มณีศรี อายุ41 ปี และน.ส.จิตตานันท์ เศรษฐพิตร อายุ 45 ปี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการนี้เป็นขบวนการใหญ่ มีนายทุนขบวนการใหญ่เป็นชาวรัสเชีย
ซึ่งขณะนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วผ่านช่องทางที่จ.ภูเก็ต ซึ่งขบวนการนี้มีการตั้งสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ และภูเก็ต
รวมทั้งที่ขอนแก่นถูกใช้เป็นสถานที่ตั้งบริษัทเพื่อชักชวนเหยื่อในลักษณะโบร์กเกอร์ โดยอ้างความน่าเชื่อถือว่าบริษัท
มีการจดทะเบียนถูกต้องผ่านกรมธุรกิจการค้าและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมเป็นสมาชิก 1.4 ล้านราย
โดยในแต่ละเดือนมีผู้เล่นหมุนเวียนมากกว่า 1 แสนบัญชี ยอดเงินไม่ต่ากว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน รวมวงเงินหมุนเวียน
ปีหลายร้อยล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ทำการตรวจยึดเงินได้กว่า 130 ล้านบาท และคาดว่ามีเงินหมุนกว่า 600 ล้านที่อยู่ระหว่าง
การขยายผลเพื่อนำเงินมาคืนประชาชน อย่างไรก็ตามฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อการลงทุนลักษณะนี้
โดยเฉพาะการลงทุนที่อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนมากกว่าร้อยละ 10 ซึ่งในส่วนนี้ไม่เป็นความจริง ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการ
อย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินธุรกิจในลักษณะคล้ายกัน หากยังดำเนินธุรกิจอยู่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุม
พร้อมขยายผลถึงนายทุน ตลอดจนใช้มาตราการยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ต่อไป ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีมากกว่า 5-6 เว็บไซต์

ดร.สมศักดิ์ กล่าวว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ที่หลอกให้ร่วมลงทุนมีมากในพื้นที่ขอนแก่น ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับการพนันแบบนี้
มีมานานแล้ว และตนได้รับการร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จึงได้ประสานให้ชุดทำงานของพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ดำเนินการสืบสวน
จับกุม และถือเป็นการกวาดล้างบ้านตนเองให้สะอาด เพื่อลดความเลื่อมล้ำทางสังคม

เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันจัดให้มีหรือเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นอันระบุไว้ในบัญชี ข. โดย ไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พรบ.
การพนัน พ.ศ.2474 มีอัตราโทษจาคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2พันบาท และ ข้อหา “โดยทุจริตหรือหลอกลวง
นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ประชาชน” อันเป็นความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Recent Posts
New Server