One World One Team – ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติการร่วมตำรวจเวียดนาม บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

“ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจกองบังคับการความมั่นคงอินเตอร์เน็ตและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยี บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลางเมืองโฮจิมินห์ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม”

ภายใต้นโยบายขอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ขยายผลจากข้อมูลของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ยังมีการหลอกลวงคนไทยจนทราบว่ามีเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่​ ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการสืบสวนหาข่าวโดยทันที

จากการสืบสวนทราบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ได้เปิดเป็นศูนย์ปฏิบัติการตั้งอยู่กลางใจเมืองโฮจิมินห์ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีคนไทยหลายรายเป็นพนักงานโทรศัพท์และมีชาวไต้หวันเป็นหัวหน้าควบคุม

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2561 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท., พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.บช.น., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.บช.น., พ.ต.ท.ศิลา ตันตระกูล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.บช.ก., พ.ต.ต.นที คุ้มล้วนล้อม สว.งานสายตรวจ 2 บก.จร.บช.น. ประชุมหารือร่วมกับ พ.ต.อ.(พิเศษ) ทราน วาน โฮ ผู้กำกับการกองบังคับการความมั่นคงอินเตอร์เน็ตและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีและเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามแลกเปลี่ยนข้อมูลทางคดี และหมายจับของผู้ต้องหาคนไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ จำนวน 18 หมายจับ ด้วยกัน

ต่อมาเวลา 15.00 น.ของวันที่ 24 สิงหาคม 2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการความมั่นคงอินเตอร์เน็ตและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีกระทรวงความมั่นคง และเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคง ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กว่า 100 นายจาก 5 หน่วยงานหลัก

ได้ร่วมกันบุกเข้าทลายแก๊งดังกล่าวนี้ โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในย่านเมืองใหม่ วินโฮมคอนโดมิเนียม เซ็นทรัลพาร์ค เมืองโฮจิมินห์ หลังสืบทราบว่าเป็นศูนย์สั่งการคอลเซ็นเตอร์ เป็นคอนโดมิเนียมหรู แยกกันอยู่หลายอาคาร รวม 4 ห้อง มีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี แบ่งออกเป็นห้อง ซึ่งมีโต๊ะพร้อมอุปกรณ์สื่อสารทั้งคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, ซิมโทรศัพท์พร้อมใช้งาน, สมุดบัญชีธนาคาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโพยรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง รวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อที่กำหนดไว้ เช่น จากหน่วยปราบปรามยาเสพติด หน่วยปราบปรามการฟอกเงิน นอกจากนี้ยังพบคนไทย 16 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์หาเหยื่อปลายทางในประเทศไทย พบชาวไต้หวัน 2 คน คอยควบคุมและสั่งการในการหลอกลวงเหยื่อซึ่งแก๊งนี้เริ่มปฏิบัติการหลอกลวงคนไทยประมาณ 2 เดือน

โดยพบว่ามี ผู้เสียหายเป็นวงเงินกว่า 50 ล้านบาทและมีเหยื่อหลงกลโอนเงินรายล่าสุด กว่า 800,000 บาทในพื้นที่ สน.หัวหมาก

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเวียดนามครั้งนี้ถือว่าเป็นศูนย์ปฏิบัติการที่มีขนาดใหญ่ มีวิธีการทำงาน การเดินทางและวิธีการโอนเงิน โดยหันมากดเงินในประเทศมาเลเซียและไต้หวันเพื่อป้องกันการติดตามจากเจ้าหน้าที่

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มนี้น่าจะมีความเชื่อมโยงกลับนายเฉิน เตี้ยน หลี่ หัวโจกชาวไต้หวัน ที่เคยถูกตำรวจจับกุมตัวมาได้ก่อนหน้านี้ โดยได้ย้ายฐานปฏิบัติการมาตั้งในนครโฮจิมินห์ ใช้ระบบวีโอไอพี หรือวอยซ์ โอเว่อร์อินเตอร์เน็ต โปรโตคอล เป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่อระบบสื่อสารและแปลงหมายเลขไปยังเหยื่อ

ขณะที่คนไทยซึ่งถูกควบคุมตัวที่นี่ยอมรับว่า โทรศัพท์กลับไปหลอกลวงคนไทยในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย ซึ่งบทสนทนาส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องของการส่งสินค้าที่ผิดกฎหมายและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ /ปปง. /ศาล ขอตรวจสอบทรัพย์สิน

การจับกุมในครั้งนี้ ทางกระทรวงความมั่นคงของเวียดนามค่อนข้างจะเข้มงวดในเรื่องของข้อกฎหมาย โดยบอกว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้ทางการไทยโดยเร็วที่สุด พร้อมกับเครื่องมือที่ยึดได้ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการทำสำนวนให้แก่ตำรวจไทย

ส่วนผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ก็จะมีการประสานกับทางการไต้หวัน เพื่อส่งตัวผู้ร้ายต่อไป ทั้งยังบอกด้วยว่า การทำงานปราบปรามระหว่างประเทศ ทางการเวียดนามให้ความร่วมมือช่วยตามรอยเบาะแสและพิกัดที่ตั้ง และยังให้ตำรวจท่องเที่ยวของไทยพร้อมชุดสายสืบเข้าร่วมจับกุมด้วย ถือเป็นการทำงานตามแนวทาง One World One Team หรือ ตำรวจหนึ่งเดียวทั่วโลก

 

 

แก๊งคอลเซ็นเตอร์

Recommended Posts
New Server