รับตัวผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทยจากประเทศเวียดนาม จำนวน 19 คน

 In ด้านนโยบายรัฐบาล, ด้านป้องกันและปราบปราม, ผลการปฏิบัติ

รับตัวผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทยจากประเทศเวียดนาม จำนวน 19 คน

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 25 ส.ค.61 ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาเข้าชั้น 1 อาคาร 1 สนามบินดอนเมือง พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.บช.ภ.2, พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย รอง ผกก.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.ธนารัตน์ มีทองหลาง รอง ผกก.สส. สภ.หนองเรือ, พ.ต.ท.ปรเมษฐ โพยนอก รอง ผกก.สส.สน.บางเขน, พ.ต.ต.บดินทร์ เพ็ญสูตร สว.ฝอ.บก.ทท., ร.ต.อ.ศุภรัตน์ มีปรีชา รอง สว.ส.ทท.กก.1 บก.ทท.1

นำกำลังอรินทราช รับตัวผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทยจากประเทศเวียดนาม จำนวน 19 คน ตามหมายจับศาลอาญารัชดา ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

สำหรับการรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 19 ราย สืบเนื่องมาจากชุดทำงาน ศปอส.ตร. ที่มี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ประสานความร่วมมือทางการสืบสวนกับพ.ต.อ.(พิเศษ) ทราน วาน โฮ ผู้กำกับการ กองบังคับการความมั่นคงอินเตอร์เน็ตและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยี ก่อนสนธิกำลังเจ้าหน้าที่กระทรวงตำรวจและกองบังคับการความมั่นคงอินเตอร์เน็ตและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กว่า 100 นาย บุกทลายขบวนการคอลเซ็นเตอร์ในห้องพักหรู ภายในโครงการวินโฮมส์ เซ็นทรัล พาร์ค ใจกลางกรุงโฮจิมินห์ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวไต้หวัน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561

ภายหลังการรับตัว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ ได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดด้วยตนเอง โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะทำการแยกสอบปากคำพร้อมดำเนินคดีใน 3 ข้อหาหนัก คือ ข้อหาที่ 1 ฉ้อโกงประชาชน, ข้อหาที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และข้อหาที่ 3 ความผิดฐานฟอกเงิน รวมทั้งขยายผลหาความเชื่อมโยง

ว่ามีการเดินทางไปอย่างไร มีนายหน้าพาไปหรือไม่ หากพบก็ต้องดำเนินการสาวไปยังคนที่เป็นนายหน้าคอยจัดหาคนไทยไปทำงานในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในต่างแดน ซึ่งจากการปฎิบัติการที่ผ่านมาหลายรายถูกหลอกไปทำงาน และบางส่วนเต็มใจ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการนี้ และดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบต่อไป

สำหรับการปรามปราบขบวนการคอลเซ็นเตอร์ในต่างแดนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 โดยทางการเวียดนามให้ความร่วมมือช่วยตามรอยเบาะแสและพิกัดที่ตั้งและยังให้ตำรวจท่องเที่ยวของไทย พร้อมชุดสายสืบเข้าร่วมจับกุมด้วย ถือเป็นการทำงานตามแนวทาง One World One Team หรือ ตำรวจหนึ่งเดียวทั่วโลก อย่างไรก็ตามในสัปดาห์ทางการฟิลิปปินส์จะส่งตัวคนไทยที่ไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ที่ถูกจับกุมตัวไว้ 16 รายก็จะถูกส่งตัวกลับมาในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน

Recommended Posts
New Server